‘สุทิน’ แนะคิดให้หนัก ถ้าโหวต ‘อนุทิน’ ที่ยังมีเรื่องให้โลกติติง-ข้อกังขา ปมฮั้วสว. อวย ‘ชัยเกษม’ ประวัติเรียบร้อยบริสุทธิ์ เลือกแล้วไม่ต้องใจหายใจคว่ำ
เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 5 ก.ย.68 นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีส่วนสำคัญต่อคนไทยทุกชีวิต และมีความสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ ตนไม่ติดใจว่าใครจะได้เป็น ยิ่งเป็นคนในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้แล้ว ตนพร้อมสนับสนุน แต่สิ่งที่พวกเราในฐานะผู้แทนราษฎรต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมากคือแม้เราอยากให้พวกเราได้เป็น แม้เราไม่ขัดข้อง แต่เราต้องคัดเอาคนที่สง่างามที่สุดของสภาเราเพื่อศักดิ์ศรี เกียรติยศของสภาไม่ให้สถาบันอื่นมาดูแคลนได้
นอกจากนี้ ยังต้องเป็นที่ยอมรับของต่างชาติ เพราะความน่าเชื่อถือของต่างชาติมีผลต่อชีวิตของคนไทย ฉะนั้นความสง่างามและการยอมรับที่ตนกล่าวเรามีการเขียนกฏหมายขึ้นมาเรียบร้อยคือคุณสมบัติตามกฎหมาย และยังมีการบัญญัติเพิ่มเติมด้วยว่าเรื่องของโลกติติงเป็นเรื่องสำคัญ แม้ไม่บัญญัติในข้อกฎหมายก็บัญญัติเรื่องจริยธรรมขึ้นมา ฉะนั้น มาตรฐานสองข้อคือข้อกฎหมายต้องได้ และมาตรฐานจริยธรรมต้องถูก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงให้มากว่าจะเลือกใครขึ้นมาเป็นนายกฯ
นายสุทิน กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันกระบวนการก็สำคัญแม้จะได้บุคคลดี มีความสง่างาม แต่กระบวนการก็ต้องเป็นการธำรงรักษาระบอบรัฐสภาเอาไว้ ซึ่งตนได้ฟังเพื่อนสมาชิกกับอภิปรายตนก็มีความไม่สบายใจในการได้มาซึ่งนายกฯ ในครั้งนี้ ว่าเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยของเราเป็นอย่างมากทำให้มาตรฐานของสภาตกต่ำและจะสร้างความยุ่งเหยิงต่อไปมาก ซึ่งเมื่อตนได้ดูเรื่องข้อกฎหมายของทั้งสองคนและเห็นว่านายชัยเกษมไม่ได้มีปัญหา เรียบร้อย บริสุทธิ์
แต่นายอนุทินต้องเรียนตามตรง ตนมีความไม่สบายใจในคุณสมบัติข้อกฎหมายว่าจะมีปัญหาตามมาแน่นอน เพราะเป็นที่รู้กันทั่วไปคือเรื่องของคดีฮั้วสว. ท่านเป็นคนที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีและท่านได้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ขณะนี้คดีอยู่ในชั้นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายยุติธรรม
นายสุทิน กล่าวต่อ นอกจากนี้ การที่ทำเอ็มโอเอขึ้นมาร่วมกันนั้น เป็นเรื่องของการหมิ่นเหม่ต่อรัฐธรรมนูญคือพวกท่านกำลังทำผิด ซึ่งที่เพื่อนสมาชิกมีความเป็นห่วงเรื่องบุคคลที่จะได้รับเลือกให้เป็นนายกฯ ว่าข้อกฎหมายชอบหรือไม่ จริยธรรมชอบหรือไม่ ในทางศาสนานั้นคนที่จะบวช บวชแล้วอยู่ในสมณะเพศได้หรือไม่ จะถูกจับสึกได้หรือไม่ ซึ่งมีอยู่สองอย่างคือหากโลกติติงแล้วไม่ควรบวช หากบวชแล้วก็ต้องสึก และสอง เรื่องของวินัยสงฆ์
“สองคนที่ถูกเสนอชื่อในวันนี้นั้นตนดูแล้วไม่ได้ลำเอียงแต่นายชัยเกษมดูแล้วไม่มีทั้งโลกวัชชะ และปัณณัตติวัชชะ คือกฎหมายได้จริยธรรมได้ แต่สำหรับนายอนุทินนั้น ผมยังมีข้อกังขาที่ยังมีอยู่ หากนายอนุทินได้รับความเห็นชอบจากสภา แล้วประธานสภาฯ ต้องนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ และส่งลงพระปรมาภิไธย ทราบหรือไม่ว่าข้อตกลงและหนังสือเวียนสำนักพระราชวัง ได้ทำกับหน่วยงานรัฐบาลต่างๆ ซึ่งความที่จะนำขึ้นกราบบังคมทูล ถ้ามีปัญหาในข้อกฎหมายต้องเป็นที่ยุติในข้อกฎหมายเสียก่อน ไม่เช่นนั้นจะเป็นเรื่องมิบังควร และระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ซึ่งคดีฮั้วสว. ยุติแล้วหรือไม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนข้อกฎหมาย ซึ่งหากประธานฯ กล้านำความขึ้นกราบบังคมทูล นั่นถือเป็นความรับผิดชอบของประธาน และความรับผิดชอบของสภาฯ ก็ต้องคิดว่าทุกคนอยู่ที่นี่“ นายสุทิน กล่าว
นายสุทิน กล่าวว่า ตอนนี้คดีฮั้ว สว.จบแล้วหรือไม่ ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเรื่องข้อกฎหมาย ท่านประธานจะกล้านำขึ้นกราบทูลฯ หรือไม่ ถือเป็นความรับผิดชอบของประธานสภาฯ อย่างไรก็ตาม ความรับผิดชอบของสภาฯ เราก็ต้องคิดถึงด้วยว่าคนที่เราคิดชื่อในวันนี้มีข้อยุติทางข้อกฎหมายแล้วหรือไม่ และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่โลกติติงอยู่ แล้วสภาฯ ของเราจะลงมติหรือไม่
พวกท่านต้องคิดให้หนัก ตนและนายอนุทินไม่ได้มีอะไรกัน รักใคร่กัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในหลายโอกาสแต่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วนั้น ไม่ใช่เรื่องของตนกับนายอนุทินแต่เป็นเรื่องของประชาชนและประเทศชาติ เรื่องชีวิตปากท้องของคนทุกคน คนที่มีเรื่องโลกติติงนั้นหากเป็นนายกฯ จะสง่างามหรือไม่ คนยิ่งด้อยค่าเราจะใช้โอกาสนี้ในการด้อยค่าพวกเราเองหรือจะทำให้สูงส่ง
“หากดูจากในสภาฯ แล้ว ตอนนี้เรามีสองคนให้เลือกแต่ผมฟังดูแล้วก็ไม่สบายใจกับนายอนุทิน ผมก็ต้องเลือกนายชัยเกษม เลือกแล้วสบายใจ ท่านประธานนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ พวกเราไม่ต้องใจหายใจคว่ำ จึงเห็นด้วยและขอสนับสนุนนายชัยเกษมและไม่เห็นด้วยกับนายอนุทิน“ นายสุทินกล่าว