เจ๊ปอง น้ำตาคลอ เปิดใจหลังศาลฎีกายกฟ้อง เชื่อ 15 ปีที่ผ่านมา เป็นบทเรียนของชีวิต จะทำงานให้ประชาชน ประเทศชาติ ชี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์บ้านเมืองว่าจะออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 19 ก.ย.2568 ที่ศาลอาญา น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก จำเลยคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือพธม. ชุมนุมบุกยึดสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยหรือ NBT กล่าวเปิดใจหลังศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้องว่า ขอบคุณกระบวนการยุติธรรม และศาลด้วยที่ความเมตตากับตนเอง

ที่ผ่านมาเราต่อสู้ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม การตัดสินในวันนี้ทำให้รู้สึกโล่งใจ ดีใจ ทำให้เรารู้ว่าหลังจากนี้เราจะใช้ชีวิตของเราอย่างไรต่อ เพราะถือว่าเป็นคดีสุดท้าย 15 ปีที่ผ่านมา เป็นบทเรียนของชีวิต ต่อจากนี้เป็นต้นไปขอทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดีเป็นประโยชน์ต่อประชาชน เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดชีวิตนี้จะอุทิศให้กับประชาชนและประเทศชาติ

คดีนี้เป็นคดีสุดท้าย ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เราใช้วิชาชีพของตัวเองใช้ความเชี่ยวชาญของตัวเองรับใช้ประชาชน ถือว่าเป็น 20 ปีที่คุ้มมาก ประชาชนให้กำลังใจเราเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่ร่วมมือกับเราในการแสวงหาข้อมูล เรารู้สึกว่ามีคนรักเรามาก และความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น เรานำเสนอความจริง

เมื่อถามว่าที่ผ่านรู้สึกอย่างไรได้มีเตรียมใจไว้หรือไม่ น.ส.อัญชะลี ระบุว่า ทุกอย่างเตรียมความพร้อม ทุกอย่างไม่ต้องแอบทำใจ หากเราสู้จนถึงที่สุดแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องเกิด ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เคยช่วยเหลือทั้งในเรื่องเอกสาร หรืออื่นๆ

ส่วนเหตุผลที่ศาลพิจารณายกฟ้องในคดีนี้ คือ ศาลเห็นว่าพยานให้การไม่ตรงกันในหลายประเด็นทั้งพยานวัตถุ รถคันที่เข้าไปเป็นคนละคัน และห้วงเวลาต่างๆ ขัดกัน ศาลฎีกาได้พิพากษากลับยกฟ้องจำเลยทั้ง 3 คน

น.ส.อัญชะลี ยังระบุว่า เราทำทุกสิ่งด้วยความรอบคอบ เราทำทุกอย่างบนความคิด และความเชื่อของเรา แต่อะไรที่กฎหมายมองว่าผิด ก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย เรื่องการบ้านการเมืองไม่ต้องใช้ความระมัดระวัง เราต้องใช้หัวใจกับความรู้ของเรา

หลังจากนี้จะเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์บ้านเมือง เราจะสู้จะช่ว ยโดยที่ไม่ต้องระมัดระวังสิ่งใด ยืนยันว่าตัวเองไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นภาคประชาชน เป็นสื่อมวลชนเห็นอะไรที่ไม่ถูกไม่ควร ก็คิดว่าเราจะต้องทำ เราต้องแก้ไขในสิ่งผิดให้ถูก เราต้องไปช่วยคลี่คลายความทุกข์ให้พี่น้องประชาชนในฐานะสื่อมวลชนคนหนึ่ง

คำตัดสินในวันนี้ทำให้มีกำลังใจในการทำงานเพิ่มขึ้นหรือไม่ น.ส.อัญชะลี ระบุว่าไม่ได้เอาเรื่องคดีมาเป็นปัจจัยในชีวิต เรามีพลังในการทำงานทุกวัน คำตัดสินในวันนี้ก็ไม่ได้เพิ่มพลัง หรือลดทำให้เราย่ำอยู่กับที่แต่มันทำให้เราดีใจโล่งอก หมดทุกข์หมดโศกหมดโรคหมดภัย และทำงานต่อไป

ส่วนที่ นายชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล ได้รับการลดโทษ ศาลให้เหตุผลว่าเป็นการทำไปเพื่อจุดมุ่งหมายส่วนรวม เป็นจุดมุ่งหมายที่ดี และให้การเป็นประโยชน์จึงลดจากเดิม 1 ปี ลดมาเหลือ 8 เดือน ก่อนล่าสุดลดโทษลงมาเหลือ 6 เดือน แต่ที่ไม่รอลงอาญาเนื่องจากยังต้องรับผิดทางคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์บางช่วง น.ส.อัญชะลี มีน้ำตาคลอ เสียงสั่น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน