บุรีรัมย์ โสภณ รองนายกฯป้ายแดง “ครม.อนุทิน1” ยืนยัน ไม่มีมลทิน ไม่เคยมัวหมอง ย้ำไม่มีชื่อถูก ป.ป.ช. ชี้มูลมีพฤติการณ์ทุจริต เชื่อแค่สร้างกระแส ไม่ใส่ใจอะไรกับเรื่องนี้

20 ก.ย. 68 – จากกรณี สส.พรรคประชาชน ออกมาแฉถึงโผรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีรัฐมนตรีคนหนึ่งมีพฤติการณ์ต้องสงสัย ว่ามีการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ในอดีต เหตุใดจึงมีการเสนอชื่อขึ้นเป็นรัฐมนตรีในโผ ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล

ทั้งมีคำวินิจฉัยออกมาเป็นเอกสารชี้มูลความผิดโดย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในปี 2565 เป็นกรณีการทุจริตต่อหน้าที่ โดยระบุว่า หลังจากการไต่สวนชี้มูลความผิดแล้ว ได้มีการส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งผู้ที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลนั้นมีพฤติการณ์ทุจริตเบิกจ่ายเงินงบประมาณโครงการ และมีการจ่ายเงินทั้งที่ยังไม่แล้วเสร็จ มีความประพฤติทำให้เสื่อมเสียเกียรติ ศักดิ์ศรีและตำแหน่ง ซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชน นั้นว่า

นายโสภณ ซารัมย์ สส.พรรคภูมิใจไทย เขต 5 บุรีรัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 1 ออกมาระบุว่า ก่อนอื่นต้องขอพูดถึงโครงการของตน ที่ทำมาได้ครบ 2 ปี คือโครงการ “รวมพลังรักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” ของมูลนิธิอาณัตพล ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) ที่ตนเป็นประธานที่ปรึกษา

ตอนนี้ประสบความสำเร็จชัดเจน ตัวเลขจากการสแกนหาผู้เสพได้ทั้งหมดในตอนนี้กว่า 28,000 คน ได้ผู้เสพยาเสพติด กว่า 2,900 คน รักษาหายเด็ดขาดประมาณ 1,500 คน ในจำนวนนี้มีบทพิสูจน์แน่นอนเพราะหลังออกจากค่ายบำบัดจะมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน (รพ.สต.) แต่ละพื้นที่เข้าตรวจทุก 7 วันรวม 120 วัน เราถึงจะมีใบรับรองจากมูลนิธิฯให้

ส่วนตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ที่ตนจะเข้าไปทำหน้านี้ ตนจะผลักดันโครงสร้างการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้มากที่สุดในระยะเวลา 4 เดือนนี้ ส่วนหนึ่งที่ตนอยากทำคือการปรับข้อกฎหมาย ให้คนเสพมีโทษแรงขึ้น เพราะที่ผ่านมาได้แค่บำบัดแล้วปล่อย หากทำมีการคาดโทษหรือการรอลงโทษ แล้วกลับไปเสพอีกก็อาจจะติดคุก แบบนี้ผู้เสพจะเกรงกลัวมากกว่า

เมื่อถามถึงกรณีที่มี สส.พรรคประชาชน ออกมาแฉว่า มีรายชื่อของ คณะรัฐมนตรี ว่าเคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนั้น เป็นชื่อของ นายโสภณ หรือไม่ นายโสภณ ยืนยันว่า ผมไม่มีมลทิน ไม่เคยมัวหมองในเรื่องนี้ ระหว่างดำรงตำแหน่ง รมช. และ รมว.คมนาคม

นายโสภณ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่า เป็นข่าวลือ ก่อนหน้านี้เชื่อว่า ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีการตรวจสอบหมดแล้ว ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า เรื่องที่ไม่ค่อยดี คนอยากรู้อยากเห็น โดยไม่มีการไตร่ตรอง ส่วนเรื่องดี จะต้องรอการพิสูจน์ว่า จริงหรือไม่จริง ตนไม่ใส่ใจอะไรกับเรื่องนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน