เพื่อไทย ลับมีด พุ่งเป้า 2 เรื่อง ชำแหละนโยบายรัฐบาลภูมิใจไทย – รมต.ปราสาทสายฟ้าคอนเน็กชั่น หวั่น ล้มคดีฮั้วสว.-ที่ดินเขากระโดง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ก.ย. 2568 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า รัฐบาลชุดใหม่ควรจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยการซื่อสัตย์สุจริต ยึดผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้ง มากกว่าผลประโยชน์ของพวกพ้องหรือมีเจตนาในการเข้ามาสะสางปัญหาคดีที่พรรคภูมิใจไทยกำลังเผชิญอยู่

เพราะวันนี้สิ่งที่หลายคนมีความกังวลต่อรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ปรากฏออกมานั้น คือเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และผลประโยชน์ทับซ้อน รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลการเมือง ซึ่งไม่ใช่แค่รัฐมนตรีที่เป็นสายล่อฟ้าที่เคยครหาในอดีต แต่ปัจจุบันอาจเรียกว่าเป็นรัฐมนตรีปราสาทสายฟ้าคอนเน็กชั่นที่อาจจะเข้าไปสร้างปัญหาในการตรวจสอบและดำเนินคดีของหน่วยงานต่างๆ

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้เตรียม สส. ของพรรคในการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยแยกออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 1.นโยบายนายกรัฐมนตรีจะแถลงต่อรัฐสภา โดยจะลงรายละเอียดเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ภายในระยะเวลา 4 เดือนตามกรอบที่รัฐบาลได้ทำสัญญากับพรรคประชาชน (ปชน.) ไว้ รวมถึงเรื่องรัฐธรรมนูญที่จะเปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่จะเกิดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งครั้งหน้า

2.เรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรีแต่ละคน ความรู้ความสามารถรวมถึงการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ทั้งในคดีการบุกรุกที่ดินเขากระโดง คดีฮั้วสว. รวมถึงรัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่มีข้อครหาเรื่องความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์จากประชาชน

รวมถึงถูกชี้มูลความผิด โดยสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ก็ยังถูกแต่งตั้งโดยนายกฯ ที่มีตั๋วช้างสีส้มจากพรรคประชาชนให้เข้าสู่ตำแหน่ง ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยในมาตราฐานเดียวกันกับที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเคยถูกตรวจสอบด้วย

“ประเด็นหลักที่คิดว่าน่าจะเป็นไฮไลต์สำคัญของการอภิปรายวาระการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาครั้งนี้ คือการตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า การที่พรรคภูมิใจไทยพยายามทุกวิถีทาง ยอมทุกอย่างเพื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในระยะเวลาเพียง 4 เดือนนั้น มีความเกี่ยวข้องอะไรกับคดีฮั้ว สว. และกรณีที่ดินเขากระโดงหรือไม่ เพราะหัวใจสำคัญของ 2 เรื่องนี้ หากกระบวนการยุติธรรมได้เดินไปตามกลไกระบบปกติ เรื่องนี้อาจไปถึงทำให้ถึงจุดจบของพรรคการเมืองบางพรรคเลยก็ได้” นายชนินทร์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน