พิสิษฐ์ รับได้ แก้รธน. ไม่แตะหมวด 1-2 เชื่อ สว. พร้อมยกมือให้ ยัน ไม่มีล็อบบี้ ชี้นักการเมืองกลัว 2 คำ “ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์-จริยธรรมอย่างร้ายแรง”

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 22 ก.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. และโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวถึงการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับเสียงเห็นชอบจาก สว. 1 ใน 3 ว่า ในความเห็นส่วนตัวหากมีการเสนอร่างฯ จะต้องมาพิจารณาว่าแต่ละร่างมีเนื้อหาสาระอย่างไร แก้ไขอะไรบ้าง

ส่วนตัวเห็นว่าหากการแก้ไม่แตะหมวด 1-2 พร้อมที่จะให้ความเห็น ขณะนี้ สว. ยังไม่ได้มีการพูดคุยหารือกันในเรื่องเกี่ยวกับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นจะมีการประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดวันแถลงนโยบายรัฐบาล

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะโมเดลสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) ที่ไม่สามารถมาจากการเลือกตั้งทางตรงได้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เห็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองว่ามีเนื้อหาสาระอย่างไร จึงยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ชัดเจน

หากวุฒิสภาแต่ละคนได้เห็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมอย่างชัดเจนอาจจะมีมุมมองเช่นเดียวกัน และหาก สว. ได้เห็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมของแต่ละพรรคการเมือง มีเนื้อหารายละเอียดอย่างไร เชื่อว่า สว. ก็มีโอกาสได้หารือพูดคุยกัน

“โมเดล สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งประชาชนทางอ้อม สามารถทำได้ ตามที่หลายภาคส่วนได้มีการเสนอโมเดลออกมา โดยไม่ได้เลือกตั้งโดยตรง เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาหรือขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ” นายพิสิษฐ์ กล่าว

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ผู้ที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีเพียงนักการเมือง ซึ่งส่วนตัวไม่มั่นใจว่าประชาชนต้องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เพราะสิ่งที่เราเห็นคือนักการเมืองกลัว กลัวรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กลัวอยู่ 2 คำ สุจริตเป็นที่ประจักษ์กับจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็น 2 คำ ที่นักการเมืองกลัวมาก ดังนั้นเขาจึงอยากแก้

ถามว่าประชาชนจะสนใจหรือไม่สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หรือจริยธรรมอย่างร้ายแรง พบว่าไม่กระทบกระเทือน ถามว่านักการเมืองกลัวการรณรงค์มาก

เมื่อถามถึงข้อสังเกตความสัมพันธ์ระหว่าง สว. กับบ้านใหญ่ทางการเมืองบุรีรัมย์ จนได้ชื่อว่าเป็น สว. สีน้ำเงิน นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เป็นความคิดเห็นของบุคคลอื่นที่มองกัน แต่ยืนยันว่าสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง และตนก็ไม่ได้รู้จักนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เป็นการส่วนตัว หรือนักการเมืองเป็นการส่วนตัว

“การพูดคุยกันทุกอย่างอยู่บนหลักการ คือพรรคการเมืองเสนอร่างมา หากวุฒิสภาเห็นชอบด้วยก็พร้อมที่จะยกมือให้ ยืนยันไม่มีการล็อบบี้” นายพิสิษฐ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน