กรวีร์ รับเมื่อวานอยู่ในห้องประชุมแต่ไม่แสดงตน เพราะอยากเห็นใครอยู่-ไม่อยู่ เหน็บเพื่อไทย หาเสียงฉ่ำ แต่มาสภาน้อย แถมเงียบกริบ พ้อ ทำไมต้องแบกกม.ให้ พท.
เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีสภาล่ม เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า จากการติดตาม จะเห็นว่ามีหลายพรรคที่หายไปจริงๆ ตนทักท้วงตั้งแต่ช่วงที่ประธานที่ประชุมสั่งเบรกให้ทานข้าว เพราะเป็นการลงมติวาระ 2 และลงมติติดๆ กันตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วและต่อเนื่องมา
ตนเป็นคนลุกขึ้นพูดว่า ถ้ากฎหมายฉบับนี้สำคัญกับพรรคบางพรรค ก็อยากให้ไปตามเพื่อนสมาชิกมาลงมติกัน ต้องยอมรับว่าตอนที่ตนพูด สมาชิกอยู่กันน้อยจริงๆ ประมาณ 20-30 คน หายไปเยอะ พอตนพูดเสร็จ ก็กลับมาตอนบ่าย เพื่อนสมาชิกก็ยังไม่เยอะอีก ลงมติมี 248-250 เสียง เลยเกิดสภาล่ม
“ผมอยู่ แต่ไม่ได้แสดงตนลงมติในมาตราสุดท้าย เลยทำให้สภาล่ม ข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ ถามว่าทำไม เพราะตั้งใจ เนื่องจากอยากเห็นจริงๆ ว่าใครที่อยู่และไม่อยู่บ้าง ขณะที่เวลาไปหาเสียงแคมเปญอากาศสะอาด หาเสียงกันฉ่ำ แต่พอถึงเวลามาทำกฎหมายในสภาฯ ทำไมมากันน้อยจัง ทำไมเงียบกริบหมด ก็เป็นเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้” นายกรวีร์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย อาจเป็นบทเรียนให้รัฐบาลต้องเตรียมรับมือกับการที่ฝ่ายค้านจะไม่เป็นองค์ประชุมทำให้สภาล่มเรื่อยๆ หรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ถ้ากฎหมายฉบับนั้นเสนอโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอโดยรัฐบาล หรือเสนอโดยพรรคใดพรรคหนึ่ง มันพอฟังได้ที่จะไม่มาเป็นองค์ประชุม ดูองค์ประชุมของรัฐบาลว่าเป็นอย่างไร
แต่กฎหมายฉบับนี้มันไม่ใช่ กฎหมายฉบับนี้เสนอโดย ครม.ชุดที่แล้วและพรรคที่เป็นแกนนำตัวตั้งตัวตีจริงๆ คือ พรรคเพื่อไทย (พท.) แต่ทำไม 140 คนของพรรคเพื่อไทยบางมาตรามีเพียง 20-30 คนเอง
เมื่อถามย้ำว่ารัฐบาลต้องคุมเสียงของตัวเองให้ได้ใช่หรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าพร้อมอยู่แล้ว จากการที่ตนไปดูรายการลงมติจาก 70 คน ลงมติกัน 50 กว่าคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่อยู่ในระดับ 50-60 มาตลอด พึ่งจะมีเมื่อวันที่ 25 ก.ย. ซึ่งตนยอมรับว่าตนนี่แหละ เพราะคิดว่าเขาจะทำแบบนี้หรือ ทำไมเราจะต้องมาเป็นคนแบกในกฎหมาย คนที่ผลักดันจริงๆ คือ พรรคเพื่อไทยเลยเกิดเหตุดังกล่าว