นายกฯ ยันให้อำนาจกองทัพตัดสินใจสถานการณ์ไทย-กัมพูชา รับมียั่วยุตลอด เมินยกหูคุย ‘ฮุน มาเนต’ มอบ กต.ใช้ช่องทางการทูต ย้ำไม่เปิดด่าน จนกว่าภัยจากกัมพูชาจะหมดไป
เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 26 ก.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่เมื่อวาน (25 ก.ย.) ที่มีการปะทะกันเล็กน้อย ว่า มีการยั่วยุอยู่ตลอดเวลา แต่ฝ่ายกองทัพของเรามีความอดทน อดกลั้น และมีความพร้อมตรึงกำลังไม่ให้มีการล่วงล้ำใดๆ
เมื่อถามว่าให้กองทัพตัดสินใจได้เลย ไม่ใช่ให้หยุดตอบโต้ก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ ตนได้ยืนยันกับรมว.กลาโหม และรมช.กลาโหม ถึงท่าทีรัฐบาลของตน ซึ่งทั้งสองท่านได้รับทราบแล้ว และได้คุยโทรศัพท์กับผบ.ทบ. เมื่อสักครู่ เข้าใจว่ามีความเข้าใจในการทำงาน และการปฏิบัติงานที่ตรงกัน ส่วนรายละเอียดในการตอบโต้ขอให้กองทัพเป็นผู้อธิบาย
เมื่อถามว่าหลังแถลงนโยบายแล้วจะยกหูคุยกับ นายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา และสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เองหรือไม่ เพื่อคลี่คลายปัญหา ไม่เช่นนั้นก็จะยืดเยื้ออยู่อย่างนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการรักษาดินแดน รักษาอธิปไตย ความปลอดภัยของประเทศและประชาชน เป็นเรื่องของกองทัพที่มีอำนาจอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องเปิดด่านยืนยันว่า ไม่มี จนกว่าความเป็นภัยของประเทศกัมพูชาต่อประเทศไทยจะหมดไป
ส่วนการดำเนินการทางการทูต นายกฯ กล่าวว่า ตนมีนโยบายให้กับ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งท่านมีความเชี่ยวชาญเรื่องการต่างประเทศ การทูตอยู่แล้ว ทั้งการบริหารราชการในสถานการณ์มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน หรือในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งกัน ก็จะหารือกับรมว.ต่างประเทศ เพื่อใช้ดุลยพินิจตัดสินใจเป็นช่วงๆไป
เมื่อถามถึงจุดยืนรัฐบาลต่อกรณีเอ็มโอยู 43-44 นายกฯ กล่าวว่า อยู่ในนโยบาย เราคิดว่าเพื่อไม่ให้มีข้อขัดแย้งเพิ่มขึ้น ขณะนี้จึงให้สภาผู้แทนราษฎรที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาอยู่แล้ว แต่ในนโยบายรัฐบาลก็จะเสนอให้ทำประชามติเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อที่จะไม่ต้องมีความเห็นต่างใดๆ