วราวุธ หวานเรียก อนุทิน “พี่ชายสุดที่รักของผม” เสนอหารายได้เข้ารัฐ แก้ กม.กรมสรรพกร จัดเก็บโฆษณาในยูทูบ แนะลดรายจ่ายด้านการทำให้ ปชช.แข็งแรง แทนทุ่มเงินเป็นแสนล้านให้ 30 บาทรักษาทุกที่ ฝากใช้แนวทางทำรธน.40 เป็นจุดเริ่มต้นทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ บอกถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิด-วิธีทำ ก็ได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม

เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 29 ก.ย.68 นายวราวุธ ศิลปอาชา สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา อภิปรายว่า “ได้ฟังสิ่งที่นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล พี่ชายสุดที่รักของผม” ได้แถลงไปแล้ว ในภาพรวมก็เข้าใจว่าทำไมนโยบายถึงมีไม่มาก และเป็นนโยบายที่สั้น และระยะเวลาที่ทำงาน 4 เดือนแล้วจะยุบสภา แต่หัวใจสำคัญ ไม่ได้สำคัญว่าท่านมีเวลาทำงานแค่ไหน สำคัญอยู่ที่ว่าเวลาที่ท่านมีอยู่นั้น ตนเชื่อว่าด้วยนโยบายของรัฐมนตรีและนายกฯ สามารถที่จะวางแผน วางโครงสร้างให้กับประเทศผ่านการแก้กฎหมาย และวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับประเทศไทยในอนาคตได้อย่างมั่นคง

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ตนขอแนะนำนายกฯให้จัดทำแผนเผชิญวิกฤตในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ต้องมีความเชื่อมโยง บูรณาการกันอย่างเป็นระบบ ไม่แยกส่วน ที่สำคัญการเขียนนโยบายที่ไม่ครอบคลุมทุกกระทรวง อย่างที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้นจะทำให้รัฐมนตรีบางกระทรวง ทำงานได้ลำบาก เพราะสิ่งที่รัฐมนตรีจะทำไม่ได้อยู่ในนโยบายของรัฐบาล และรัฐมนตรีในกระทรวงนั้นๆจะนำอะไรไปมอบให้กับข้าราชการในการปฏิบัติต่อไป และปัจจุบันโลกเราเปลี่ยนผ่านรวดร็วมาก เทคโนโลยีต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นรัฐมนตรีจำเป็นที่จะต้องนำพาประเทศไทยผ่านการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีของโลก สามารถไปสู่กับนานาอารยประเทศได้ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ประเด็นเศรษฐกิจ ตนเห็นด้วยกับนายกฯที่จำเป็นจะต้องเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน แต่ท่านต้องไม่ลืมในส่วนของภาครัฐเองจำเป็นที่จะต้องเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้ภาครัฐด้วยเช่นกัน และหนึ่งในช่องทางที่สามารถสรรหารายได้ให้กับภาครัฐง่ายๆ ในส่วนของการโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ อาจจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำ เช่นแก้กฎหมาย หรือประกาศของกรมสรรพากร ว่าให้ผู้ที่ลงโฆษณาในยูทูบ ส่งสัญญาจ้างโฆษณาให้กับกรมสรรพกรทราบ เราจะได้รู้ว่าบริษัทไหนโฆษณาเท่าไหร่ เราจะสามารถเก็บภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่กรมสรรพากรต้องทำตัวเป็นมิตรกับหน่วยภาษีของท่าน ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาไปจับผิดเอาภาษีเพื่อให้ได้ตามเป้า ต้องแนะนำให้หน่วยภาษียินยอมชำระภาษีได้อย่างถูกต้อง

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ส่วนการลดรายได้ภาครัฐ คือนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค หรือ 30 บาทรักษาทุกที่ เป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลได้เป็น 1ในประเทศต้นๆของโลก แต่ก็ต้องยอมรับว่าภาครัฐต้องนำเงินรายได้ภาษีจำนวนมากปีหนึ่งนับแสนล้านบาทมารักษาพี่น้องประชาชน ลองเปลี่ยนวิธีว่าหากประชาชนสุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วย เงินค่าใช้จ่ายเป็นแสนล้านบาทที่มารักษาประชาชนก็สามารถเอาไปใช้พัฒนาประเทศในมิติอื่นได้ เป็นการประหยัดงบประมาณของประเทศ

“พรรคชาติไทยพัฒนา ไม่สนับสนุนนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความยากจน ด้วยการแจกอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนาคุณภาพของประชาชนในทุกช่วงวัย ต้องให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหา สาเหตุของความยากจน การแก้ไขปัญหาโดยที่มีภาครัฐเป็นพี่เลี้ยงในการพัฒนาศักยภาพของพี่น้องประชาชนในหลายๆมิติ” นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากจะฝากไปถึงนายกฯคือการที่จะเริ่มแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคชาติไทยก่อนที่จะมาเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา ในปี 2538 นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยในขณะนั้นได้ฝากมรดกชิ้นสำคัญให้พี่น้องประชาชนคนไทยคือ รัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งได้รับการขนานนามให้เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดของประเทศไทย รัฐธรรมนูญดังกล่าวมีที่มาจากการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่ครอบคลุมพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม มีทั้งการคัดเลือกและการเลือกตั้งจากทุกจังหวัด จึงเป็นเหตุให้เป็นรัฐธรรมนูญที่มีความสมบูรณ์ที่สุด และอยากขอฝากนายกฯลองพิจารณาแนวทางที่พรรคชาติไทยในขณะนั้นได้ดำเนินการเอาไว้ เพื่อเป็นจุดเริ่มการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้มั่นคงของประเทศไทย

“อะไรที่ดีอยู่แล้วขอให้นายกฯทำต่อ อะไรที่จะต้องปรับแก้ ทำแล้วคนไทยดีขึ้นให้ทำเสีย ที่สำคัญ ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำ ก็ได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นเวลา 4 ปี หรือ 4 เดือน” นายวราวุธ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน