อนุทิน ชี้ ยังไม่ชัดใช้บัตร 4 ใบ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า รอกมธ.ศึกษา MOU 43-44 ให้ความเห็น ลั่น“ถ้าถามผมยกเลิกแน่” บอก 20 ปียังตกลงกันไม่ได้ จะเก็บไว้ทำไม

เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 30 ก.ย.2568 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุเตรียมทำประชามติในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า โดยใช้บัตร 4 ใบ คือ บัตรเลือกสส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ ประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ และประชามติยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา ว่า เรื่องนี้ต้องเร่งทำความเข้าใจให้ประชาชนรับทราบ

ก่อนหน้านี้เคยทำประชามติหลายครั้งแล้ว ทางรัฐบาลจะประสานงานและหาความร่วมมือกับทุกฝ่าย อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกระทรวงมหาดไทย ที่จะเร่งทำความเข้าใจ และความคุ้นเคยให้กับประชาชน เพื่อใช้สิทธิ์ให้ถูกต้องตามบัตรลงคะแนน

ส่วนที่เกรงว่าประชาชนจะเกิดความสับสนเนื่องจากมีบัตรเลือกตั้งหลายใบในคราวเดียว นายกฯ กล่าวว่า เป็นการคาดการณ์ของนายบวรศักดิ์ เพราะการลงคะแนนต้องใช้งบประมาณ 5-6 พันล้านบาทต่อครั้ง ดังนั้น เพื่อประหยัดงบประมาณ ที่สำคัญเราต้องไม่ดูถูกภูมิปัญญาของประชาชนที่จะทำความเข้าใจได้ จากการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ว่าจะต้องลงคะแนนอย่างไร

เมื่อถามว่า MOU ไทย-กัมพูชา ที่จะนำมาลงประชามติจะเป็นฉบับปี 43 หรือ 44 นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา MOU 2543-2544 ระหว่างไทยกับกัมพูชา สภาผู้แทนราษฎร กำลังศึกษาอยู่ ก็ต้องรอผล หากผลออกมามีความชัดเจนว่าไม่ต้องศึกษา ก็อาจยกเลิกได้เลยโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะอำนาจอยู่ที่ ครม. เพียงแต่เราต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วม

ยืนยันว่าไม่ได้โยนภาระให้ประชาชน แต่เป็นการให้เกียรติมากกว่า เรื่องอะไรที่มีความแตกต่างทางความคิด และเป็นความสนใจเกี่ยวข้องกับอธิปไตยความมั่นคงของประเทศ ซึ่งทอดยาวมานานก็เลยอยากถามประชาชน

“ผมขอย้ำว่า หากผลการศึกษาออกมาแล้วชัดเจนว่าไม่เป็นประโยชน์กับประเทศไทย หรือประเทศไทยได้เปรียบอะไรเลย อะไรที่ประเทศไทยได้เปรียบกัมพูชา เราก็เว้นไว้ เราเลือกประเทศไทยก่อน ดังนั้น ถ้าหากชัดเจนก็อาจจะเลิกเลยก็ได้ และขอย้ำอีกครั้งว่านี่เป็นการให้เกียรติประชาชน ถ้าถามผม ผมทำเองผมเลิกไปแล้ว” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวด้วยว่า คำว่า MOU คือ Memorandum of Understanding ถ้า MOU ทั่วไปเขาจะเขียนว่าภายใน 2 ปี หากไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ต้องถือว่าเป็นอันสิ้นสุด ดังนั้น ตนต้องดูบริบทใน MOU 43-44 ว่ามีการกำหนดให้มีการสิ้นสุดไปของ MOU นี้หรือไม่อย่างไร

หากไม่มีการกำหนดเลย ตนก็จะบอกว่าทำไม 20 ปี ยังไม่มีความเข้าใจ ยังหาข้อตกลงกันไม่ได้ แล้วจะเก็บไว้ทำไมถ้าประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์ ขอย้ำว่าถ้าประเทศไทยได้ประโยชน์ก็จะเก็บ แต่ถ้าประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์ก็จะเลิก

นายกฯ กล่าวอีกว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน คือ MOA ตรงนี้ผูกพัน เบี้ยวไม่ได้ 4 เดือนต้องยุบสภา แต่ MOU เมื่อเกิดความไม่เข้าใจกันเมื่อไหร่ก็ต้องเลิก นี่คือบริบทของตน แต่มีคนไปตีความว่าจะต้องเลิกทั้งสองฝ่าย ซึ่งตนมองว่าแบบนั้นต้องเป็นสัญญา อย่างไรก็ตาม คงต้องฟังและถามผู้รู้ทางกฎหมาย

เมื่อถามว่าฝ่ายความมั่นคง ให้ข้อมูลว่าเห็นควรจะต้องยกเลิก MOU หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของครม. ถ้าจะตัดสินใจก็ต้องตัดสินใจโดย ครม.

เมื่อถามย้ำแสดงว่ากรณีจำนวนบัตรเลือกตั้ง ยังไม่ชัดเจนว่าจะทำประชามติเรื่องยกเลิก MOU ด้วยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องรอกรรมาธิการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน