ธรรมนัส ฟาด ‘อนุสรณ์’พูดแต่เรื่องเก่า แฉ เคยขอมาซบกล้าธรรม แต่กลืนน้ำลายตัวเอง ลั่นเจอกันสถานีที่พะเยา ย้ำต้านพืช GMO เดินหน้า GEd สร้างพันธุ์พืชต้านทานโรค เหมาะสภาพอากาศ

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญเป็นวันที่ 2 โดยเริ่มในเวลา 09.00 น.

จากนั้นเวลา 13.30 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงกรณีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายพาดพิงว่า ขอบคุณผู้อภิปรายที่อภิปรายเรื่องเก๊าเก่า

ก่อนจะอภิปรายในเรื่องเก่า ตนจำได้ว่า นายอนุสรณ์ เคยมาคุยกับตนในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย และมาขอร่วมอุดมการณ์กับตนในพรรคกล้าธรรม ไม่มั่นใจว่าวันนั้นกับวันนี้ต่างกันราวฟ้ากับดิน วันนั้นท่านชื่นชมว่าตนทำงานได้ดี ได้ใจประชาชน ทำงานถึงลูกถึงคน ตนอยู่บ้านนี้ไม่มีความสุขอยากมาร่วมอุดมการณ์ด้วย และท่านก็พูดกับสมาชิกพรรคกล้าธรรมหลายคน

ตนไม่เข้าใจว่าเมื่อเช้าท่านตื่นมากินยาผิดประเภทหรือไม่ สิ่งที่นายอนุสรณ์ พูดย้ำและบอกว่าเจอกันในสถานีหน้า ตนบอกว่าได้เจอสถานีที่พะเยาแน่นอน ท่านไม่อ่านกฎหมาย ไม่อ่านข่าว ไม่มีความรู้กับผู้รู้ในพรรคว่า กระบวนการยุติธรรมทั้งหมดตนผ่านมาหมดแล้ว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ตนถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาไม่รู้กี่ครั้ง ท้ายที่สุดได้รับความไว้วางใจจากสส. ให้ทำหน้าที่รัฐมนตรีต่อ ทุกยุคทุกสมัย พูดแต่เรื่องเก่า วลีที่ท่านพูด ก็ไม่ได้พูดทั้งหมดและเอามากล่าวกันสนุกปาก เวลานี้คดีอยู่ที่จ.พะเยา 200 คดีแล้ว

ดังนั้น การจะพูดอะไร มีเยาวชนและประชาชนให้ความสนใจ มีใครรู้หรือไม่ว่าประชาชนเดือดร้อนขนาดไหน ตนทำหน้าที่รัฐมนตรี ก็ทำงานเต็มที่และได้รับความชื่นชมจากนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าทำงานได้ดีจริง “เพราะผมมาอยู่ตรงนี้ใช่หรือไม่ ถึงได้ลุกขึ้นมาเรื่องตนฉอดๆจนลืมคำพูดและกลืนน้ำลายของตนเอง“

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องจริยธรรมมาตรา 160 (6)(7) ศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินชี้ขาดแล้วว่าโดยตนไม่ผิดคุณสมบัติต้องห้าม และมาตรา160(4)(5) ผู้ร้องได้ไปร้องที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในเรื่องของจริยธรรมร้ายแรง ทางป.ป.ช.ก็มีมติเห็นชอบตามมติคณะกรรมการกลั่นกรอง

สิ่งที่ตนพูดมีเอกสารผ่านเอกสารผ่านกระบวนการมาหมดแล้ว จึงอยากฝากถึงผู้อภิปราย สิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตตน ตนยืนยันหลายครั้งว่า ผ่านเรื่องดีและเรื่องไม่ดีมามากมายในชีวิต แต่ก็ยอมรับการตรวจสอบและผ่านกระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอนทุกประการ

หวังว่าตนจะได้ชี้แจงถึงรายละเอียดต่อไปกับประชาชน แต่ยืนยันว่าชีวิตที่ขอมาทำงานการเมืองตนไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่อยากแก้ไขอะไรที่ผิดพลาดในอดีตให้ดีขึ้น พร้อมทำงานกับสส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล โดยมุ่งประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้งโดยทำงานไม่เคยมีวันหยุด

“อย่าเอาของเก่ามาพูดให้เป็นประเด็นอีก หากยังสงสัยคุยส่วนตัวได้ อนุสรณ์น้องเอ้ยจำคำพูดตัวเองไว้บ้างว่าจะพูดอะไร อย่ากลืนน้ำลายตัวเอง คุณอย่าบอกว่าคุณต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมานาน ปฏิวัติรัฐประหารทุกครั้ง ผมถูกขังมากกว่าคุณอีก ขอยืนยันตรงนี้ว่าใครที่พาดพิงให้ผมเสียหายถึงแม้จะมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง แต่ถ้าทำให้เกิดความเสียหาย เอาไปขยายความข้างนอก เจอแน่สถานที่ต่อไปที่พะเยา” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องพืชตัดต่อพันธุกรรม(Genetically Modified Organism) หรือ GMO ซึ่งกระทบต่อเกษตรกรอย่างมาก ยืนยันว่าแตกต่างกับการปรับปรุงพันธุกรรมพืช Genome Editing หรือ GEd เพราะGMO เป็นการตัดต่อพันธุกรรมโดยนำยีนส์ของพืชต่างชนิดมารวมกัน ซึ่งเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นการทำลายพืชและสร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง

แต่ GEd เป็นเรื่องของการปรับปรุงพันธุกรรมในพืชหรือสิ่งมีชีวิตชีวิตเดียวกัน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ ต้านทานโรคจนได้พันธุ์มะเขือเทศที่มีภูมิต้านทานโลก

ตนได้ประกาศในประกาศกระทรวงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราจะรับรองให้นักวิชาการสถาบันเกษตรกร และกรมวิชาการให้มีการศึกษาวิจัยการตัดต่อหรือการปรับปรุงจีโรม ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการนำเข้าพันธุ์พืชGMO จากต่างประเทศ

ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการวิจัยในห้องทดลองของกรมวิชาการเกษตร เราบริหารราชการแผ่นดินในเวลาอันสั้นและที่สำคัญคือนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ในเรื่องปัญหาของเกษตรกร เราได้นำนโยบายของนายเศรษฐามาปฏิบัติคือนโยบายเพื่อการเกษตรตลาดนำนวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน