อนุทิน ลั่นเป็นนายกฯ แต่หยุดหัวใจติดปีกไม่ได้ นำทีมแพทย์ ผ่าตัดอวัยวะ ช่วยเหลือผู้ป่วย เผยไฟลต์บุญ ไฟลต์ชีวิต ได้ดวงตา ตับ ไต หัวใจ ช่วยผู้ป่วยได้หลายชีวิต
วันที่ 30 ก.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากช่วงเที่ยงที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ปฏิบัติหน้าที่ขับเครื่องบินนำทีมแพทย์ นำโดย นพ.พัชร อ่องจริต ศัลยแพทย์ทรวงอกและหัวใจ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นพ.ธรรศ ตั้งกิจวนิชกุล แพทย์ประจำบ้านสาขาศัลยศาสตร์ทรวงอก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เดินทางไปยัง จ.เลย
เพื่อผ่าตัดนำอวัยวะ จากผู้เสียชีวิตและนามบริจาคไว้ โดยเป็นภารกิจเร่งด่วน เพื่อนำอวัยวะที่ยังสามารถใช้งานไปรักษาผู้ป่วยวิกฤต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การผ่าตัดลุล่วงด้วยดี ผู้บริจาคอวัยวะเป็นชายอายุ 19 ปี ที่ได้มอบดวงตา 2 ข้าง ตับ 1 ชิ้น ตับอ่อน 1 ชิ้น ไต 2 ข้าง และหัวใจ 1 ดวง ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้พบกับครอบครัวผู้บริจาคอวัยวะ โดยกล่าวกับครอบครัวว่า “นี่คือการทำบุญครั้งใหญ่ หัวใจดวงนี้จะกลับไปเต้นใหม่ภายใน 6 ชั่วโมง” พร้อมสวมกอดพ่อแม่ของผู้บริจาคด้วยความซาบซึ้ง
ต่อมาเวลา 16.30 น. ที่รัฐสภา นายอนุทิน เปิดเผยภายหลังกลับจากการปฏิบัติภารกิจหัวใจติดปีกที่ จ.เลย ว่า ภารกิจดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะทีมแพทย์ประสานเข้ามา เนื่องจากไม่สามารถหาเที่ยวบินพาณิชย์ในการเดินทางไปได้ ตนจึงรับอาสาช่วย
ก่อนเดินทางออกไป ตนได้ตอบคำถามในสภาฯแล้ว และระหว่างไปปฏิบัติภารกิจก็ฟังการอภิปรายตลอด ตนรีบไป และรีบกลับมาก็เรียบร้อยดี โดยผู้ที่บริจาคเป็นเด็กผู้ชายอายุ 20 ปีที่ทะเลาะกันแล้วโดนลูกหลง พ่อแม่ตัดสินใจบริจาคอวัยวะ ทั้งไต ตับ หัวใจ และลูกตา ช่วยได้ถึง 7 คน
เมื่อถามว่าครั้งนี้เป็นการปฏิบัติภารกิจครั้งแรกในฐานะนายกฯมีความรู้สึกอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เอาชีวิตคนให้รอดก่อน ยิ่งเป็นนายกฯ คนเดือดร้อนยิ่งต้องช่วยให้รอดก่อน
เมื่อถามว่าจะแบ่งภารกิจอย่างไรระหว่างการเป็นนายกฯ กับการทำภารกิจหัวใจติดปีก นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวนี้ระบบการสื่อสารมีตลอด ระหว่างที่รอหมอ ตนก็ฟังอภิปรายตลอด โดยภารกิจนี้เลิกไม่ได้เพราะทำแล้วมีความสุข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ทำภารกิจหัวใจติดปีก มาตั้งแต่ปลายปี 2557 และปัจจุบัน ทำหน้าที่สนับสนุน ทีมแพทย์ไปแล้วกว่า 80 ไฟลท์บิน ช่วยเหลือผู้ป่วยได้มากกว่า 200 ชีวิต
เคยได้รับปีกกิตติมศักดิ์เฮลิคอปเตอร์การแพทย์ฉุกเฉิน (Executive HEMS Thai Sky Doctor) เนื่องจากเป็นผู้ที่ได้ประกอบคุณงามความดีอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนระบบการแพทย์ จากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และยังเคยได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณสภากาชาดไทย จากภารกิจนี้ด้วย