ศุภชัย ตั้งคำถามดีเอสไอ เริ่มต้นสืบสวนคดีที่ดินเขากระโดงถูกต้องหรือไม่ หากเริ่มไม่ถูกต้อง อาจต้องย้อนกลับจุดเดิม ชี้คดีฮั้วสว.เป็นอำนาจองค์กรอิสระ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 ต.ค.2568 ที่กระทรวงยุติธรรม นายศุภชัย ใจสมุทร เลขานุการรมว.ยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายการเมือง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคดีเขากระโดงและคดีฮั้วสว.ว่า กรณีเขากระโดง สิ่งเกิดขึ้นตอนนี้ คือการรถไฟ ดำเนินการฟ้องคดีกับเจ้าของที่ดิน 995 ราย ตอนนี้เริ่มฟ้องไป 2 ราย ก็เป็นกระบวนการ ซึ่งเราเห็นว่ามันเป็นหนทางที่ถูกต้อง ย้ำว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม

สิ่งที่อาจเกี่ยวกับกระทรวงยุติธรรมที่ผ่านมา คือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ท่านได้ไปดูว่าการเข้าไปยึดครองของประชาชนบริเวณนั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอาญา ต้องนำไปเป็นคดีพิเศษ หรือพูดถึงเรื่องการฟอกเงินหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ เป็นเรื่องที่ดีเอสไอต้องพิจารณา

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า นโยบายของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย คือ ต้องยึดหลักนิติธรรม การบริหารต้องยึดหลักธรรมภิบาล แต่ทุกกระบวนการต้องดำเนินการไปอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ฉะนั้น วันนี้ถ้าหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม หรือดีเอสไอ ดำเนินการถูกต้องตามหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายโดยเป็นธรรมแล้ว ก็มีสิทธิ์เดินหน้าต่อ แต่หากไม่ใช่หลักนิติธรรม ไม่ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฏหมาย ก็ต้องพิจารณาว่าต้องย้อนกลับไปจุดเดิมหรือไม่

นายศุภชัย กล่าวว่า ส่วนเรื่องฮั้วสว. ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ซึ่งตรงนี้อาจจะเกี่ยวข้องตอนเริ่มต้น คือคณะที่ 26 มีดีเอสไอไปร่วมอยู่ด้วย 3 คน แต่ตอนนี้คณะที่ 26 พิจารณาเสร็จแล้ว ได้ส่งต่อไปยังคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณา ซึ่งข่าวที่ออกไปกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนนั้น จะตรงหรือไม่ตรงอย่างไร ไม่มีใครรู้

ความจริงแล้ว เรื่องนี้ สำนวนเป็นความลับ ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าจริงหรือไม่จริง และเนื้อหาจริงเป็นอย่างไร แต่ทั้งหมดมันต้องอยู่ในหลักนิติธรรม มันไม่มีทางเกินได้ หรือเรื่องหลักธรรมาภิบาลเพราะวันนี้หน่วยราชการที่เข้าไปเกี่ยวข้องของกระทรวงยุติธรรม ตนตอบได้ว่า ถ้าอะไรที่มันไม่ใช่หลักตรงนี้ คำถามคือ ต้องย้อนกลับมายังจุดเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่

ส่วนที่กกต.ได้ทำสรุปสำนวนเตรียมส่งฟ้อง 138 ราย โดยคนของพรรคภูมิใจไทยรวมอยู่ในจำนวนนี้ด้วยนั้น นายศุภชัย กล่าวว่า ตนไม่สามารถตอบแทน กกต. เพราะเป็นองค์กรอิสระ ขอให้ไปถามกกต. เอง แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้น หากถามว่าดีเอสไอเข้าไปร่วมเพื่อไปสอบสวน หรือหากกระบวนการขั้นตอนการเข้าไปนั้น ถูกต้องตามกฏหมาย ท่านก็มีสิทธิ์ได้เดินต่อได้

เมื่อถามว่ามองว่าสำนวนคดีสืบสวนเรื่องเขากระโดง ดีเอสไอได้เริ่มต้นทำอย่างถูกต้องใช่หรือไม่ และถ้าดำเนินการอย่างถูกต้องมาตั้งแต่ต้น กระทรวงยุติธรรมจะเข้าไปสนับสนุนสำนวนนี้ใช่หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า แน่นอน หากถามว่าตรงนั้นเป็นหน้าที่ของท่านหรือไม่ เพราะชาวบ้านที่เขาครอบครองมาตั้งแต่ปี 2491 แล้ววันดีคืนดีมาบอกว่า มีการฟอกเงิน หากเห็นว่ามีการฟอกเงินจริง ก็ถือเป็นอำนาจของดีเอสไออยู่แล้ว ไม่มีใครแทรกแซงได้

เมื่อถามว่าจะดูย้อนแย้งหรือไม่ เพราะดีเอสไอก็ยืนยันมาตลอด นายศุภชัย กล่าวว่า ตนตั้งคำถามว่า ท่านคิดว่ามีหน้าที่จริงหรือไม่ เพราะหากท่านเห็นว่ามันมีหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาก็ต้องพูดคุยกัน ซึ่งคดีทั้งหมดที่พูดถึงนั้น เราไม่มีการแทรกแซงอยู่แล้ว

แต่ถ้ามีเรื่องการแทรกแซงอำนาจทางการเมือง เพื่อให้ฝ่ายประจำต้องไปบิดเบือนหน้าที่อำนาจของตัวเอง เพื่อสนองอำนาจความต้องการของฝ่ายการเมือง ไม่ว่าที่ไหนก็ตามรัฐบาลนี้ไม่เอาอยู่แล้ว ฉะนั้น สบายใจได้

แต่ทั้งหมดข้าราชการไม่สามารถทำงานตามอำเภอใจ โดยนอกเหนือหน้าที่อำนาจตามกฎหมาย ข้าราชการไม่สามารถทำ เพื่อสนองฝ่ายการเมืองได้ ถ้าถามว่าพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรมว.ยุติธรรม นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งดำเนินคดีต่อนั้น เพราะมันเกี่ยวกับเรื่องนี้ใช่หรือไม่ มันต้องมีที่มา มีเชื้อ มีมูลมีเรื่องราว พ.ต.อ.ทวีและนายภูมิธรรมก็โดน เรื่องเข้าไปแทรกแซงดีเอสไอ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็เห็นว่ามันมีอยู่จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน