อนุทิน ให้สัตยาบันกลางสภา ปมถนนยุบ ไม่แทรกแซงการตรวจสอบ-เอื้อประโยชน์ให้เอกชน บอกถ้าพบผิด ไม่ช่วยเหลือแน่ พร้อมกระทืบด้วย ลั่นเหมือนไม่รู้จักซิโน-ไทย เหตุออกมา 20 ปีแล้ว

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 2 ต.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาฯคนที่สอง เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา

โดยนายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เรื่องถนนยุบหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า กรณีนี้อาจจะแย่กว่าตึกถล่มของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จึงอยากให้ชี้แจงว่ามาตรการการแก้ไข จะคืนผิวถนนที่มีคุณภาพทำให้ประชาชนเชื่อมั่นเสร็จเมื่อไหร่ รวมถึงการซ่อมอุโมงค์ มาตรการเยียวยาและการป้องกัน ไม่ให้เหตุแบบนี้เกิดขึ้นสำหรับการก่อสร้างขนาดใหญ่

นายอนุทิน ชี้แจงว่า สิ่งที่เกิดขึ้น นำความเสียใจและผิดหวังมาให้ตนในฐานะนายกฯ ที่กำลังจะนำคณะรัฐมนตรี(ครม.)เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ในช่วงเย็นวันดังกล่าว เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ตนได้ลงไปในที่เกิดเหตุทันที และเมื่อเข้ามาปฏิติบัติหน้าที่ ได้เร่งสั่งการให้นายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยเร็ว เมื่อทราบสาเหตุที่แม่นยำ และขอให้รายงานผลสอบมายังตนทุกสัปดาห์

นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องถนนยุบ มีความไม่สมบูรณ์ทางวิศวกรรมอย่างแน่นอน ซึ่งตนใช้หลักเดียวกับตึก สตง.ที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งกรณีถนนยุบ ตนจะขอให้รมว.คมนาคม เชิญผู้แทนจากกรุงเทพฯ มาร่วมเป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว ตนมั่นใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทางวิศวกรรมศาสตร์ เราจะต้องพบจุดบกพร่องและนำมาชี้แจงให้ประชาชนทราบ ตลอดจนหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีกในอนาคต

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับการแก้ปัญหาในพื้นที่นั้น ขณะนี้ทางรฟม.ได้เร่งรัดดำเนินการเพื่อคืนสภาพพื้นที่ในบริเวณที่เกิดเหตุให้กับประชาชน ที่สำคัญต้องให้ความดูแลอย่างเต็มที่กับผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลวชิระ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สามเสน

ทางรฟม.ได้ให้ความมั่นใจมาว่าการคืนพื้นผิวจราจรบนถนนสามเสน จำนวน 2 ช่องจราจร จะใช้ได้ในวันที่ 9 ต.ค.นี้ โดยระหว่างการแก้ปัญหาและคืนสภาพพื้นที่ เราได้ติดตั้งเครื่องมือตรวจวัด การเคลื่อนตัวของอาคารและให้เจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้หยุดการสไลด์ของดินเรียบร้อย และต้องถมทรายอีกประมาณ หมื่นกว่าคิว จากนั้นจะเติมหินคลุก และทำการลาดยาง เพื่อคืนพื้นผิวจราจร ให้กับผู้สัญจรต่อไป และรฟม.ได้รับความร่วมมือที่ดีจาก กทม.ในการตรวจสอบสแกนโพรงใต้ดินที่เกิดเหตุ เพื่อคุมสถานการณ์ ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายต่อประชาชน ทั้งนี้ ขณะนี้คณะกรรมการกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ตนได้รับการยืนยันจาก รฟม.และรมว.คมนาคม ว่าให้ รฟม.ยึดถือและปฏิบัติตามมาตรฐานการก่อสร้าง ที่เป็นที่ยอมรับได้มาตรฐานทางวิศวกรรม และทุกอย่างดำเนินกการด้วยหลักมาตรฐานทางวิศวกรรมให้มั่นคงแข็งแรง เน้นความปลอดภัยของประชาชน

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอกย้ำถึงสิ่งที่เราต้องหาสาเหตุ ซึ่งตนจะติดตามการสืบสวนสอบสวนด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด โดยใช้กลไกร่วมกัน ไม่ปล่อยให้ รฟม.หาสาเหตุฝ่ายเดียว และให้กรมโยธาธิการ ประสานงานสภาวิศวกร เพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้น หาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการซ่อมอุโมงค์นั้น เราต้องเร่งคืนพื้นผิวจราจรโดยด่วนก่อน และ ซ่อมอุโมงค์ทั้ง 2 ชั้นให้กลับมาอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และมีความปลอดภัยตามสัญญาต่อไป ส่วนการเยียวยาผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนได้กำชับกระทรวงคมนาคมและผู้ว่าการรฟม.ว่า ถึงแม้ว่าไม่ได้ระบุอยู่ในสัญญาก่อสร้างว่าจะต้องเยียวยาอย่างไร

แต่ถ้ามีเหตุไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นเช่นนี้ ต้องถือว่าเป็นเหตุที่มีนัยยะสำคัญ กระทรวงคมนาคมและรฟม.ต้องหารือและสั่งการให้ผู้รับจ้าง จะต้องรับผิดชอบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ รวมถึงการเยียวยาผู้สูญเสียโอกาสทำมาหากิน ที่จะสร้างรายได้ด้วย

“ขณะนี้กระทรวงคมนาคมเร่งจัดตั้งกรรมการสอบสวนและนำผลมาศึกษาวิเคราะห์หาความผิดพลาด บกพร่อง และต้องออกมาตรการดำเนินการก่อสร้างใหม่ หากพบความผิดพลาดจากเทคนิค ต้องแก้ไข แต่หากเกิดจากความสะเพร่าหรือเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบตามสัญญาที่กำหนดไว้ ส่วนการตรวจสอบตึก สตง.ถล่ม ได้ติดตามทุกสัปดาห์ เชื่อว่าจะได้คำตอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” นายอนุทิน ชี้แจง

นายปารเมศ ตั้งคำถามความเกี่ยวพันทางการเมืองระหว่างนายกฯ ฐานะอดีตผู้บริหารบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ขณะที่ผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า ช.การช่างและ ซิโน-ไทย ดังนั้น การตั้งกรรมการตรวจสอบ จะให้ความมั่นใจได้อย่างไร ตนขอให้กรรมการที่ตั้งขึ้นทำงานเป็นอิสระ และทำงานเพื่อปกป้องผลประโยชน์รัฐ ไม่ใช่นายทุน

“ขณะนี้ยังไม่ได้ยินจากนายกฯ ว่าจะเอาผิดกับผู้รับจ้างอย่างไร หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความบกพร่องของการก่อสร้างหรือการออกแบบ ดังนั้น ขอให้นายกฯพูดให้ชัดเจนว่าจะดำเนินคดีหรือเรียกค่าเสียหายจากผู้รับจ้างหรือหน่วยงานภาครัฐ จะแบล็กลิสต์ หรือ ระงับการรับงานโครงการภาครัฐในอนาคตหรือไม่

รวมถึงการเรียกร้องค่าเสียหาย หากส่งมอบงานล่าช้ากว่ากำหนด ที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงครั้งนี้ และจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดข้อครหาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงครั้งนี้” นายปารเมศ กล่าว

นายอนุทิน ชี้แจงว่า ในประเด็นความเกี่ยวข้องของตนกับบริษัทผู้รับจ้างนั้น ตนอยู่ในการเมือง เป็นรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี 2547 ตนมาจากภาคเอกชน ไม่ต่างจากผู้สถาปนาพรรคอนาคตใหม่ เมื่อตัดสินใจทำงานการเมือง รู้ถึงข้อจำกัดต้องเคลียร์ตัวเองให้เกลี้ยง ตนใช้เวลา 21 ปีในการเมือง ซึ่งการออกจากการเป็นผู้บริหารบริษัทเอกชนหลายแห่ง ไม่เฉพาะ บริษัทซิโน-ไทย เท่านั้น

เมื่อมีการเลือกตั้ง 2562 รู้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีโอกาสเข้าทำงานในสภาฯ อย่างยั่งยืน สิ่งล่าสุดที่ทำเมื่อปีนั้น คือขายหุ้นในบริษัท ซิโน-ไทย ผ่านก.ล.ต. จนหมด และไม่มีการถือหุ้นใดๆ ที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ กฎระเบียบที่ทำงานการเมือง

“ผมไม่เกี่ยวข้องกิจการภาคเอกชนใดๆ ตั้งแต่ลาออก มาทำงานภาคการเมือง และเมื่อพ้นตำแหน่งทางการเมืองปี 2549 ผมไม่ได้กลับเข้าไปทำงานภาคเอกชนอีก กรณีนี้บริษัทรับจ้างที่ผมทำงาน 20 ปีก่อน การปกป้องเพื่อให้ประโยชน์ไม่มี ผมและซิโน-ไทยเหมือนไม่รู้จักกัน รู้แค่เป็นบริษัทก่อสร้างและทำธุรกิจอยู่

แต่เมื่อผมอยู่ในภาครัฐ ไปตรวจดูได้ว่า ไม่มีตรงไหนที่ผมเคยใช้ความเกี่ยวข้อง อิทธิพล การโน้มน้าวใดๆ ช่วยเหลือบริษัทนี้ ผมสบายใจที่จะตอบว่า ผมให้สัตยาบันว่า นอกจากจะให้อิสระในการตรวจสอบ รวมถึงการตั้งกรรมการตรวจสอบความเสียหาย ที่เป็นสิทธิของรมว.คมนาคม ทั้งนี้ การตรวจสอบต้องเน้นประโยชน์ของรัฐของราชการเป็นสำคัญ” นายอนุทิน ชี้แจง

นายปารเมศ ถามอีกว่า ผลการตรวจสอบแต่ละขั้นตอน ขอให้เปิดเผยต่อสาธารณะในทุกขั้นตอน ตนและสส.พรรคประชาชนและประชาชน จะคอยตรวจสอบในการตรวจสอบครั้งนี้ด้วย ขอเรียกร้องให้นายกฯ ใช้ความกล้าหาญทางการเมืองดำเนินการเรื่องนี้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา และขอฝากเรื่องระบบ เซลล์บอร์ดแคส ว่าวันที่เกิดเหตุ ประชาชนไม่รู้จะเอาข่าวสารที่รวดเร็วและแม่นยำจากไหน ฝากว่ามีเวลา 4 เดือนให้รีบทำ

นายอนุทิน ชี้แจงว่า ในการตรวจสอบ หากพบว่าเป็นความบกพร่องจากการก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ ซึ่งในขั้นตอนนั้น รฟม.มีบริษัทตรวจการจ้างดูแล ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีทางที่มนุษย์หน้าไหนเอื้อประโยชน์ให้คนที่ทำผิด ผู้รับจ้างเหนื่อยแน่ ต่อให้เคลียร์ตัวเองได้ ต้องพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรม

หากพิสูจน์พบว่าบกพร่องรุนแรง มีขั้นตอนจะต้องเสียค่าชดใช้ตามสัญญาที่กำหนดไว้ชัดเจน เท่าที่ทราบ คือ สิ้นสุดเดือน ส.ค.70 หากส่วนที่เสียหายที่ต้องซ่อมเมื่อวันสัญญาสิ้นสุด ทำไม่เสร็จ ค่าปรับเดินแน่นอน

“ผมขอให้ความมั่นใจ เรื่องพวกนี้ ผมไม่เคยเสียหาย มีแต่เสียเพื่อนหลายคนแล้ว เพราะไม่ได้ใช้อิทธิพลหรือใช้อำนาจใดๆ ช่วยเหลือ หากใครขอผม จะเจอแต่ความว่างเปล่า แม้จะส่งไลน์มา ผมกดทิ้งไม่อ่านและจะบล็อกด้วย เพราะผมยึดถือการปกป้องประโยชน์ประเทศเป็นสำคัญ” นายอนุทิน ชี้แจง

การตั้งกรรมการนั้น ยืนยันว่าต้องมีผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน ไม่มีการช่วยเหลือใดๆ นอกจากไม่มีแล้ว ผมจะช่วยกระทืบด้วย เพราะเรื่องเหล่านี้ทำให้พวกตนในฐานะวิศวกรรู้สึกไม่ดี และผมจะติดตามงานด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด และทุกครั้งหลังประชุมจะเปิดเผยต่อสาธารณะทุกครั้ง

“ส่วนเรื่องเซลล์บอร์ดแคส มีแล้ว เสียดายผมไปพักร้อน 2 เดือนกว่า ถ้าผมอยู่อย่างต่อเนื่องเหตุการณ์เหล่านี้ ประชาชนจะรู้มากกว่านี้ 4 เดือนนี้รู้มากกว่านี้แน่นอนและรู้เร็วกว่านี้ ถือว่าเป็นการแถมก็แล้วกัน เพราะนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน บอกให้ผมแก้รัฐธรรมนูญกับยุบสภา แต่เรื่องนี้ผมจะรับข้อเสนอของท่านไปดำเนินการ” นายอนุทิน ชี้แจง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการตอบกระทู้ถามสดดังกล่าวของนายอนุทิน ถือเป็นกระทู้แรกนับตั้งแต่รับตำแหน่งนายกฯ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน