สมช.คงมาตรการเดิมการทหาร-ปิดด่าน มอบพิจารณาเพิ่มนิยามหลักเกณฑ์เยียวยากลุ่มผู้ได้รับผลกระทบทางอ้อม พร้อมร่างนโยบายบริหาร-พัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ในช่วงปี 68- 70
เมื่อเวลา 16.18 น. วันที่ 2 ต.ค.2568 ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือสมช. แถลงผลการประชุมสมช.ว่า มีเรื่องสำคัญ คือการแก้ปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ในหลักการได้เห็นชอบมาตรการต่อเนื่องจากมติสมช.เดิมที่เคยทำไว้ ไม่ว่ามาตรการด้านการทหาร ด้านชายแดน การเปิดปิดจุดผ่านแดน การคุมคน-สินค้า ที่ยังคงดำเนินการอยู่ และเรื่องการสื่อสารจะพยายามสร้างเอกภาพ
ด้านการต่างประเทศ ยังคงใช้การทูตเชิงรุก ที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศได้ดำเนินการไปแล้ว ส่วนประเด็นเพิ่มเติมเรื่องมาตรการเยียวยา จะทำให้ครอบคลุมกลุ่มที่อาจตกหล่นไป โดยจะมีอีกลักษณะผู้เสียชีวิตทางอ้อม คือผู้ที่มีความเครียดหรือกดดัน ที่นำไปสู่การฆ่าตัวตาย เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าว โดยมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสมช. เพิ่มนิยามความหมาย ดูแลกลุ่มคนดังกล่าว
ที่ประชุมสมช. ยังมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ดูแลให้ความช่วยเหลือครัวเรือน ซึ่งมีผู้ที่ได้รับผลกระทบประมาณ 2,000 ครัวเรือน
นายฉัตรชัย กล่าวว่า ที่ประชุมสมช.ได้เห็นชอบร่างนโยบายการบริหารและการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ในช่วง 3 ปี 2568-2570 ตามวงรอบที่กฎหมายกำหนด เป็นนโยบายที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นนโยบายที่จะชี้ทิศทางด้านความมั่นคงและการพัฒนา
โดยจะแปลเป็นภาษาต่างๆ 5 ภาษา เผยแพร่ไปทั่วโลก เพื่อสะท้อนว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภาคใต้โดยยึดหลักสันติวิธี ทั้งมุมมองการพัฒนาด้านความมั่นคง รวมถึงกระบวนการพูดคุย ที่เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ ที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง โดยจะนำเสนอที่ประชุมครม. หลังจากนั้นกฎหมายฉบับนี้ มีความพิเศษ ที่กำหนดให้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งจะเป็นขั้นตอนต่อไป
ที่ประชุมสมช.ยังเห็นชอบ แต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้คนใหม่ คือ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาธิการสมช. ที่มีประสบการณ์แก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงอยู่แล้ว โดยจะฟอร์มทีมงาน และองค์ประกอบต่างๆ เพื่อดำเนินการกระบวนการพูดคุยต่อไป
ในที่ประชุมสมช.วันนี้ไม่ได้หารือเรื่องการตั้งประธานคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC