ชูวิทย์ แฉพิรุธ ตั้งคณะทำงาน รมว.ยุติธรรม ตั้งคณะทำงาน หวั่น คดีฮั้วสว.-เขากระโดง ถูกแทรกแซง
วันที่ 4 ต.ค. 2568 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ฮั้วสว. ตั้งเอง ชงเอง ตบเอง กินเอง บรรดาเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทั้งหมด 17 รายชื่อ ถูกแต่งตั้งโดยรัฐมนตรียุติธรรมคนใหม่ถอดด้าม รับตำแหน่งไม่ถึง 7 วัน เซ็นออกคำสั่ง เลขที่ 194/2568 ตั้ง “คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม” พบว่าดันเป็นพนักงานสอบสวนคดี “ฮั้วสว.และเขากระโดง”
ยกตัวอย่าง รายชื่อที่ 3 นายภูชิตส์ กรรณสูต ผอ.ด้านตรวจสอบโทรศัพท์ (ดักฟังข้อมูลโทรศัพท์) รายชื่อที่ 7 นายพงษ์ธวัช อ่วมสำอาง อยู่กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำคดีเขากระโดง และสนามบินขนงพระ รายชื่อที่ 9 นายชยพล สายทวี ทำคดี ฮั้วสว. จังหวัดอยุธยา และอ่างทอง
“ทั้งหมดตอนนี้กลับกลายเป็นคณะทำงานของรัฐมนตรียุติธรรม ที่บังเอิญดันเอาคนสอบคดีฮั้ว สว.และเขากระโดง ผู้กุมสำนวนคดี รู้ตื้นลึกหนาบาง มาเป็นคณะทำงานของตัวเอง เพื่ออะไรมิทราบ คดีความสุดพิสดารในการได้เป็นสว.และตำนานเขากระโดง จะถูกแทรกแซงหรือไม่
ผมไม่กล้าแม้แต่จะคิด เพราะเห็นสื่อเขาบอก รัฐมนตรียุติธรรมสายบุรีรัมย์ เป็นตำรวจเติบโตที่ จ.บุรีรัมย์ มาตลอด แล้วยังมีชื่อนายศุภชัย ใจสมุทร เพิ่งไปนั่งเป็นโฆษกกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์เรื่องเขากระโดงฉอดๆ ตั้งแต่วันแรกอีก ชาวบ้านเขายิ่งระแวงสงสัย มันดูทะแม่งๆ อยู่” นายชูวิทย์ ระบุ
นายชูวิทย์ ระบุด้วยว่า คณะทำงานที่รัฐมนตรีตั้งมาอีกหลายคนที่เป็นพนักงานสอบสวนในคดีสำคัญ ก็เป็นคนของพรรคที่กำลังถูกสอบสวนอยู่ด้วย
หากตนเป็นสมัครพรรคพวกคนร้าย แล้วได้วาสนาไปคุมตำรวจ สั่งให้เอาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีของตนมาเป็นคณะทำงานของตัวเอง เพื่อจะได้เห็นรายละเอียดของสำนวน จะไปวางแผนอะไรที่เป็นประโยชน์กับตัวเองหรือพรรคพวกหรือไม่ จะไม่ให้ประชาชนเขาสงสัยได้ไง วานสื่อไปถามรัฐมนตรียุติธรรม หรือนายกฯ ที อย่างนี้มันถือว่าเป็นการแทรกแซงไหม
“อย่าไปทำอะไรที่มันทำให้คนเขาชวนสงสัยเลย ไหนๆ นายกฯ ก็ประกาศในวันแถลงนโยบายรัฐบาลว่า จะไม่แทรกแซงการทำงานของข้าราชการ และทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย เลยไม่รู้จะเชื่อท่านนายกฯ ดีไหม นี่แค่เริ่มงาน 7 วัน ก็แผลงฤทธิ์เสียแล้ว” นายชูวิทย์ ระบุ