ทนายอั๋น จ่อฟ้อง แสวง เลขาฯกกต. ออกระเบียบมิชอบ โอนงบ ศส.ปชต.ที่มีอบต.-อสม.-ผญบ.อยู่ ขัด กม.จัดซื้อจัดจ้างปี 60 เผยเงินล้านไหลสู่ 23 จว. ส่อเอื้อฐานเสียงพรรคสีน้ำเงินหรือไม่
เมื่อวันที่ 6 ต.ค.68 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ซึ่งปฏิบัติหน้าโดยมิชอบ กรณีออกประกาศ กกต.เรื่องหลักเกณฑ์ และวิธีการใช้จ่ายเงินสนับสนุนหรือเงินอุดหนุนของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย 2567 ขัดต่อ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560
ทนายอั๋น กล่าวว่า ตนได้รับการร้องเรียนจาก ผอ.กกต.ประจำจังหวัดต่างๆ รวม 23 จังหวัด ถึงพฤติกรรมของนายแสวง ในการออกประกาศดังกล่าว โดยปกติหน่วยงานของรัฐหากจะดำเนินโครงการใด หรือจะจัดซื้ออุปกรณ์ เพื่อให้หน่วยงานภายในองค์กรนำไปใช้ประโยชน์ หน่วยงานนั้นๆ จะเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อเอง เป็นไปตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ
แต่ในส่วนของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย (ศส.ปชต.) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานกกต. และทำหน้าที่ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยและบุคลากรของศูนย์ ทำหน้าที่ช่วยเหลือกกต.ในการจัดการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรมกลับพบว่า นายแสวง เลขาธิการกกต. กลับไปออกประกาศเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการใช้จ่ายเงินสนับสนุน หรือเงินอุดหนุนของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย 2567 ที่มีเนื้อหากำหนดให้ เมื่อสำนักงานกกต.ประจำจังหวัดได้รับเงินโอนเงินจากส่วนกลางแล้ว ให้โอนงบอุดหนุนนี้ให้กับศส.ปชต. โดยตรง เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรม ซึ่งองค์ประกอบของศส.ปชต. ประกอบไปด้วยนายกอบต. อสม. ผู้ใหญ่บ้าน และอบต.
“นายแสวง ออกระเบียบนี้วันที่ 23 ก.ค.2567 บอกว่าให้โอนเงินไปให้กับศส.ปชต. จ่ายเงินให้เขาไปเลย จะไปทำอะไรก็ได้เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย ซึ่งหมายความว่าเป็นเรื่องที่ต้องห้าม กฎหมายไม่ให้ทำ โดยกฎหมายบอกว่าหน่วยงานภายในของกกต.อยากได้อะไร เช่น หีบเลือกตั้ง ปากกา กระดาษ สำนักงานต้องจัดซื้อ และมอบให้เขา ไม่ใช่เอาเงินไปให้เขา แต่เนื้อหาประกาศฉบับกลับโอนเงินตรงให้กับนายกอบต. อสม. ผู้ใหญ่บ้าน อบต โดยผ่านกลไกของศส.ปชต. ซึ่งคนที่อยู่ในหน่วยงานนี้สังคมก็รู้ว่าเป็นฐานเสียงของนักการเมืองและพรรคการเมือง”
ทนายอั๋น กล่าวว่า เมื่อไปดูวันที่นายแสวง ออกอากาศคือวันที่ 23 ก.ค.2567 เวลานั้นหน่วยงานที่กำกับคนเหล่านี้คือ กระทรวงมหาดไทย ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล กำกับดูแลอยู่ในขณะนั้น ไม่รู้ว่ามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเกี่ยวดองกันอย่างไร ตนไม่ฟันธง ให้ประชาชนจะตัดสินเอง ตอนนี้ กกต.จ่ายไปแล้วหลายจังหวัด เช่น อ่างทองก็มี บุรีรัมย์นี่คิวแรกๆ เลย รวมกว่าหลายล้านบาท แต่ตนต้องมาเบรก เพราะมีข้อเคลือบแคลงสงสัย เพราะคนของศส.ปชต. ก็เป็นคนของการเมือง เป็นหัวคะแนน และเป็นคนที่หาคะแนน ที่เจ็บปวดที่สุดคือ อสม.ที่ว่ากันว่าเป็นตัวจักรสำคัญของพรรคการเมืองสีน้ำเงิน มันช่างประจวบเหมาะอะไรกับการที่นายแสวง ออกกฎหมายกระจอกงอกง่อยไปหักกฎหมายหลักอย่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ เพื่อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองสีน้ำเงินใช่หรือไม่