ธนดล โวย มาแจงกมธ.แทน ธรรมนัส แต่ถูกเมินไม่ให้เข้าห้อง นั่งรอเกือบ 40 นาที ยัน เบน สมิธ เป็นคนละคนกับที่ถูกอภิปราย ท้าโรมแจ้งความ-เปิดหลักฐาน ลั่น ถ้าไม่จริงต้องรับผิดชอบ

เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 9 ต.ค.2568 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ. ได้พิจารณา เรื่องปัญหาการฟอกเงินของกลุ่มทุนกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย

และกรณีนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือนายเบน สมิธ ที่กระทบกับความมั่นคงของประเทศ เป็นต้น ซึ่งวันนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดภารกิจไม่ได้ มาชี้แจงกับกมธ.แต่อย่างใด

จากนั้น เวลา 11.10 น. นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารมว.เกษตรฯ ซึ่งระบุว่าได้รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัส ให้มาชี้แจงแทน ถึงความสัมพันธ์ ระหว่างร.อ.ธรรมนัส กับนายเบน สมิธ โดยได้รออยู่หน้าห้องประชุม กมธ. เกือบ 40 นาที แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากกมธ.ให้เข้าไปในห้องแต่อย่างใด

นายธนดล พูดเชิงตัดพ้อ ว่า “ทำไมไม่ให้ผมเข้าไปชี้แจง การทำงานของกมธ.ทำแบบนี้หรือ” พร้อมระบุอีกว่า “ผมจะไปแจ้งทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร” ขณะที่ช่วงหนึ่ง นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.พรรคไทยก้าวหน้า เดินผ่านมาและกระซิบกับนายธนดล ประมาณ 2-3 นาที ซึ่งนายธนดล บอกกับสื่อว่า แค่มาให้กำลังใจกันเฉยๆ

หลังการประชุมเสร็จสิ้น นายรังสิมันต์ ได้เดินออกมาจากห้องประชุม เพื่อเตรียมแถลงข่าว นายธนดล ที่รออยู่จึงเดินเข้าไปคุยกับ นายรังสิมันต์ โดยบอกว่า วันนี้ร.อ.ธรรมนัส ไปลงพื้นที่จ.นครสวรรค์ ในฐานะ รมว.เกษตรฯ และได้มอบให้ตนมาชี้แจงแทน โดยใช้อำนาจกฏหมาย พ.ร.บ.อำนาจเรียกของกรรมาธิการ ที่สามารถให้ตัวแทนมาชี้แจงได้

นายรังสิมันต์ จึงตอบว่า ตนไม่ได้ใช้อำนาจเรียก แต่ใช้หนังสือเชิญ ถ้าจะใช้อำนาจเรียก ต้องเป็นมติของที่ประชุม กมธ. เชิญแล้วไม่มาก็ได้ ซึ่งในหนังสือก็เขียนชัดเจน ว่าเชิญ ร.อ.ธรรมนัส และขอให้ร.อ.ธรรมนัส มาด้วยตัวเอง เรื่องนี้ท่านต้องชี้แจงด้วยตัวเอง

ส่วนตัวยืนยัน แม้ตนจะถูกกล่าวหาอะไรก็ตาม แต่ไม่เคยไปปรักปรำ ร.อ.ธรรมนัส ว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่นายธนดล ก็บอกเองว่า ที่จะไม่ฟ้องเพราะข้อหามันบางมาก และส่วนตัวก็พร้อมให้ความเป็นธรรม ร.อ.ธรรมนัส รัฐมนตรีมาที่นี่ เราไม่ได้ต้องการจะฆ่ารัฐมนตรี อย่ากังวล เรามาทำงานด้วยกัน จากนั้น นายรังสิมันต์ ได้เดินไปที่จุดสัมภาษณ์

ด้านนายธนดล บอกว่า ตนก็เข้าใจดีไม่ได้มีอะไร ต่างคน ต่างทำหน้าที่ ส่วนวันนี้ตนก็เข้าใจแล้วว่า เขาเชิญมาไม่ได้ใช้อำนาจเรียกมาแต่อย่างใด

นายธนดล ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค. มีหนังสือเชิญ ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะรมว.เกษตรฯ เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับนายเบน สมิธ แต่ร.อ.ธรรมนัส มอบให้ตนมาชี้แจงแทนในทุกเรื่องทุกประเด็น แต่รออยู่ 40 นาที ไม่มีเจ้าหน้าที่มาติดต่อเลยว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร และตนรอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะมาติดต่อ แต่ถ้าไม่ให้เราชี้แจง ก็น่าจะให้เราได้เข้าไปในกมธ. และบอกว่าไม่ให้ชี้แจงด้วยเหตุผลอะไร ประเด็นกฎระเบียบหรือมติของกมธ.เป็นอย่างไร แต่ก็ไม่มีใครมาติดต่อเลย

เมื่อถามว่าหนังสือเชิญต้องการให้เจ้าตัวมาตอบเองเท่านั้น นายธนดล กล่าวว่า มีพ.ร.บ.อำนาจเรียกของกมธ.ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ในกรณีจะเชิญรัฐมนตรีต้องทำหนังสือถึงนายกฯ ด้วย จึงขอถามว่าการเรียก ร.อ.ธรรมนัส เรียกในฐานะบุคคลหรือเรียกในฐานะรัฐมนตรี ถ้าเรียกในฐานะรองนายกฯและรัฐมนตรี ก็ต้องถามว่าได้ทำหนังสือถึงนายกฯ แล้วหรือยัง ในกฎหมายยังบอกว่าถ้าเจ้าตัวที่ได้รับการเชิญไม่สามารถมาได้ก็ส่งตัวแทนมาได้ ซึ่งตนปฏิบัติตามกฎหมาย

ส่วนที่เรียก ร.อ.ธรรมนัส มาในครั้งนี้เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับนายเบน สมิธ จึงต้องมาชี้แจงเองนั้น นายธนดล กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้มาชี้แจงเนื่องจากติดภารกิจ ลงพื้นที่น้ำท่วมจ.นครสวรรค์อำเภอชุมแสง ต้องลงไปดูชาวบ้านก่อน จึงมอบให้ตนมาเป็นตัวแทนชี้แจง

ฉะนั้น ตนทำตามกฎหมาย ตนอยู่ใน 2 สถานะ คือ ได้รับมอบอำนาจจากนายเบน สมิธ ให้ดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ ฐานหมิ่นประมาท และเป็นคณะที่ปรึกษาของร.อ.ธรรมนัส ซึ่งตนมาในฐานะที่ 2 และรู้เรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างนายเบน สมิธและร.อ.ธรรมนัสเป็นอย่างดี

นายธนดล ระบุว่า ในหนังสือเชิญได้เชิญ ร.อ.ธรรมนัสตามกฎหมายอำนาจเรียก หากเจ้าตัวไม่สะดวกก็สามารถส่งตัวแทนได้ จึงตั้งคำถามไปยังกมธ. ว่ามีบรรทัดฐานแบบนี้ใช่หรือไม่ ถ้าเรียกนายกฯ ๆ ไม่ว่าง มอบคนอื่นไม่ได้ใช่หรือไม่ ตอนนี้ในการเรียกใช้อะไรเป็นบรรทัดฐาน

เมื่อถามว่าหากหนังสือเรียกเชิญตัวบุคคลคือ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ใช่ในตำแหน่งรัฐมนตรี เราจะเข้าไปชี้แจงได้หรือไม่ นายธนดล กล่าวว่า ต้องดูในหนังสือว่าเชิญในฐานะอะไร ถ้าเชิญตัวบุคคล ร.อ.ธรรมนัส ต้องมาหรือมอบตัวแทนก็ได้ แต่วันนี้เชิญร.อ.ธรรมนัสในฐานะรัฐมนตรี

เมื่อถามว่าถ้าเชิญครั้งที่สอง ร.อ.ธรรมนัส จะต้องมาเองหรือไม่ เพราะทาง กมธ.ไม่รับฟังผู้ที่มาชี้แจงแทน นายธนดล ยืนยันว่า ทุกอย่างปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนการเลือกของกมธ.ก็เป็นอำนาจ เราจะมาหรือไม่มา ก็ชี้แจงเป็นหนังสือหรือมอบหมายบุคคลก็ได้ จะรับหรือไม่รับก็เป็นเรื่องของกมธ.

เมื่อถามว่าข้อมูลที่เตรียมมาชี้แจงวันนี้มีอะไรสำคัญบ้าง นายธนดล ระบุว่า ตนมีทุกอย่างครบทุกประเด็นว่านายเบน สมิธ เป็นใครทำอะไรทำไมถึงมาอยู่ประเทศไทย ตนพร้อมตอบทุกคำถาม พร้อมยืนยันว่านายเบน สมิธ คนที่ในรังสิมันต์หมายถึง กับเบน สมิธ ที่รู้จักกับร.อ.ธรรมนัส เป็นคนละคนกัน ตนไปดูหลักฐานมาหมดแล้วยืนยันว่าเป็นคนละคนกัน 100 เปอร์เซ็นต์

กลต. เมื่อปี 62 พบว่านายเบนจามิน เบอร์เจอร์ ได้กระทำความผิดขายหุ้นบริษัทเทียนเทียน แล้วทำหนังสือไปถึงกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กอง 3 แล้วมาพบที่หลังว่าคนที่ขายหุ้นใช้ชื่อปลอมชื่อจริง มิสเตอร์นี้ๆๆ แต่ตนยังไม่พูดเพราะตนจะไปสู้ที่ศาลเท่านั้นเอง

“คนละคนแน่นอนยืนยัน ผมเห็นกับตาด้วยตัวของผมแล้ว ผมยืนยันเลยว่าเบน สมิธ เป็นคนละคนกับที่คุณโรมพูดยืนยัน ผมเอาชื่อเสียงรับประกันเลย เพราะผมเห็นกับตาแล้วว่าเป็นคนละคนอย่างแน่นอน แล้วตอนนี้ก็ถูกดำเนินคดีไปแล้ว แล้วคนที่ถูกดำเนินคดีไม่ใช่เบนจามิน เบอร์เจอร์ ด้วย แต่ผมยังไม่พูด เพราะจะรอไปชี้แจงในกมธ.” นายธนดลกล่าว

เมื่อถามว่าเรื่องทุนสีเทาที่ชายแดน นายธนดล กล่าวสวนขึ้นมาว่า เกี่ยวอะไรกับ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่าไม่เกี่ยว ทุนสีเทาก็ให้ว่ากันไปตามกฎหมายมีหลักฐานอะไรใครทำผิดก็ดำเนินคดี ไม่เกี่ยวกับร.อ.ธรรมนัส หากมีหลักฐานก็ไปแจ้งความเอาผิด ไม่ต้องมาพูดรายวัน

“ในฐานะกมธ. ถ้าพบการกระทำความผิด ก็ต้องไปดำเนินคดีถูกต้องไหม กับผู้ที่กระทำความผิด แต่ถ้าคุณรู้ว่าเขากระทำความผิด แล้วไม่ดำเนินคดี คุณละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ขอฝากย้อนถามไปด้วย ผมยังไม่เห็นหลักฐานเลย เอามาให้ผมดูหน่อย ให้ผมเข้าไปชี้แจงเอาหลักฐานมาแล้วค่อยว่ากัน ให้สื่อมวลชนถ่ายทอดให้ประชาชนเห็นว่าเบนจามินหรือเบนสมิธ เป็นทุนสีเทา เป็นทุนกัมพูชา เป็นสแกมเมอร์ เป็นคอลเซ็นเตอร์จริงไหม ถ้าไม่จริง คุณโรมต้องรับผิดชอบ” นายธนดลกล่าว

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้ฝากอะไรมาหรือไม่ นายธนดล กล่าวว่าฝากมาเยอะพอสมควร แต่รอชี้แจงในกมธ.

นายธนดล กล่าวว่า เมื่อไปดูพยานหลักฐานแล้ว นายเบน สมิธ ไม่ได้โดนดำเนินคดี ไม่มีหมายแดง ไม่เคยถูกต้องคำพิพากษาในประเทศไทย เป็นบุคคลที่เดินทางเข้าออกในประเทศไทยได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ส่วนสถานะการคบหากับ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเหมือนคนรู้จักกันเป็นพี่เป็นน้อง ไม่มีกฎหมายไหนห้ามคบกัน เราปฏิบัติตามข้อกฎหมาย หากนายเบน สมิธ ทำผิดขอให้แจ้งความเลย

ส่วนหลังจากนี้นายเบน สมิธ จะมีการขอสัญชาติไทยใหม่หรือไม่ นายธนดล กล่าวว่า การขอสัญชาติถูกตีกลับเนื่องจากบุตรชายของนายเบน สมิธ บอกว่าพ่อกับแม่เป็นคนสัญชาติอื่น เลยกลับไปแก้เอกสารเท่านั้นเอง ส่วนการจะขอใหม่ก็เป็นสิทธิ์ของเขา

เมื่อถามว่าขณะนี้สังคมวิจารณ์กันเยอะ นายธนดล กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส กับ เบน สมิธ ไม่มีสิทธิ์ออกมาพูด ตนจึงมาพูดแทน ประชาชนเดือดร้อนก็มาเล่นเกมการเมือง เคยสนใจประชาชนบ้างหรือไม่

เมื่อถามว่าหากกมธ.เชิญครั้งต่อไป ร.อ.ธรรมนัส จะมาด้วยตัวเองหรือไม่ นายธนดล กล่าวว่า เราว่าไปตามกฎหมาย แต่วันนี้เราอยากเข้าไปใจจะขาด เพราะวันนี้ตนเตรียมหลักฐานมาว่าเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ กับเบน เบอร์เจอร์ เป็นคนละคนกัน

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายเบน สมิธ เลยแต่คนมาพูดโจมตีทุกวัน จนประชาชนเข้าใจว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งไม่ใช่ ถ้าจริงเราไม่กล้าฟ้องร้อง เพราะเขาก็เป็นนักธุรกิจจึงไม่อยากออกมาพูด เดี๋ยวจะเสียหาย สุดท้ายก็เป็นเกมการเมืองที่ต่างคนต่างทำหน้าที่ และถ้าเบน สมิธ ไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือทุนสีเทาใครจะรับผิด และยืนยันว่าร.อ.ธรรมนัส และเบน สมิธ ไม่มีธุรกิจอะไรที่เกี่ยวข้องกัน

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่นายธนดล เป็นทนายให้กับ ร.อ.ธรรมนัส และเบน สมิธ นั้น นายธนดล กล่าวว่า ตนไม่กังวล ทัวร์ลงอยู่แล้ว แต่กฎหมายก็ไม่ได้ห้ามให้ตนรับมอบอำนาจกับผู้หนึ่งผู้ใด ส่วนที่ตนเองถูกตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสม เพราะมีความเชื่อมโยงกับทั้งสองคนนั้น ตนยอมรับที่จะถูกวิจารณ์ แต่มั่นใจว่าตนไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เพราะไม่มีใครมาดูแลหรือให้เงิน ตนได้รับค่าตอบแทนถูกต้องตามกฎหมาย

เมื่อถามว่าจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส จะมีการฟ้องร้องหรือไม่ นายธนดลกล่าวว่า ต้องดูว่าอะไรที่ถูกพาดพิงและทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน