ธีรรัตน์ ตั้งกระทู้เปิดศึก รมช.มท. จี้ถามเหตุโยกย้ายข้าราชการมท.บิ๊กล็อตเอื้อเลือกตั้งหรือไม่ ท่าทีรัฐบาลต่อฮุนเซนขู่แฉนักการเมืองเปิดบ่อนในเขมร ‘ศักดิ์ดา’ ยันย้ายตามฤดูกาล-คืนความเป็นธรรม เย้ยรัฐบาลชุดนี้ไม่มีลุง แก้ปัญหาเขมรดีกว่ารัฐบาลชุดก่อนแน่นอน
วันที่ 16 ต.ค.2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีตรมช.มหาดไทย ในฐานะสส.กทม. พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสด รมว.มหาดไทย ถึงการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ที่มองว่าไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาประเทศ และประชาชน ทั้งความมั่นคงภายในประเทศ และระหว่างประเทศ อย่างปัญหาคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงยังอาจเป็นไปเพื่อความได้เปรียบในการเตรียมเลือกตั้งของพรรครัฐบาลในขณะนี้หรือไม่
น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า การโยกย้ายข้าราชการที่มีข้อกังขาให้กลับมาทำหน้าที่ รวมถึง สมเด็จฮุนเซน ออกมาขู่จะเปิดโปงนักการเมืองไทยที่ไปเปิดบ่อนที่กัมพูชา แต่รัฐบาลกลับไม่มีท่าทีแก้ปัญหา จึงสงสัยว่า รัฐบาลชุดนี้ มีส่วนร่วมหรือเปิดทางให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงคนไทยหรือไม่ ดังนั้น รัฐบาลจะมีแนวทางปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างไร
นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากรมว.มหาดไทย กล่าวชี้แจงว่า ยืนยันว่า 30 ก.ย. มีข้าราชการกระทรวงมหาดไทยเกษียณ 20 กว่าตำแหน่ง ดังนั้น การหมุนเวียนตำแหน่ง เป็นเรื่องปกติ และปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้เสนอโยกย้าย และตนได้สืบค้นข้อมูล ที่รัฐบาลชุดที่แล้ว ได้โยกย้ายนอกฤดูกาลโยกย้าย
แต่การโยกย้ายของรัฐบาลชุดนี้ เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นการโยกย้ายในฤดู แต่ก่อนหน้านี้ 3 ครั้งที่มีการโยกย้าย เป็นการโยกย้ายนอกฤดู ซึ่งร้ายแรงมาก ครั้งแรก 8 ก.ค. 2568 มีการโยกย้าย 1 ครั้ง 4 ตำแหน่ง โยกย้ายอธิบดี เป็นผู้ตรวจราชการ ซึ่งเสมือนเข้ากรุ ครั้งที่ 2 ในเดือนส.ค. และครั้งที่ 3 ในวันที่ 19 ส.ค. ซึ่งกรณีดังกล่าว ไม่ใช่การโยกย้ายตามปกติ
แต่การโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลชุดนี้ เป็นเรื่องปกติ และมั่นใจว่าปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาอย่างดีแล้ว และเชื่อว่าข้าราชการทุกคนทราบ ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถฟ้องร้องคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม หรือศาลปกครองได้ จึงขออย่านำประเด็นดังกล่าว มาเป็นประเด็นทางการเมือง ทำให้ประชาชนสับสน
ส่วนการแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์นั้น นายศักดิ์ดา ชี้แจงว่า ประเทศไทยเลือกตั้งในปี 2566 มีรัฐบาล 3 รัฐบาล ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ น่าจะมีมาก่อนหน้านั้น ไม่ได้มีในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล แต่รัฐบาลที่ผ่านมา มีการปราบจริงจัง ช่วงปลายรัฐบาลก่อนหน้านี้ โดยมีรัฐมนตรีช่วยจากสาธารณรัฐประชาชนจีน มาดำเนินการ
รัฐบาลนายอนุทิน เพิ่งบริหารเพียง 10 กว่าวัน และยังคงดำเนินการอยู่ ดังนั้น การกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ได้ดำเนินการ จึงอาจจะไม่ถูกต้อง และยืนยันว่ารัฐบาลดำเนินการปราบคอลเซ็นเตอร์ และแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตามปกติ ที่ทุกคนจะได้รับความเป็นธรรม
น.ส.ธีรรัตน์ ลุกขึ้นโต้แย้งว่า ตำแหน่งที่มีการโยกย้ายของในรัฐบาลชุดนี้ ไม่ได้เป็นตำแหน่งเกษียณ สวนทางกับการอยู่ในตำแหน่ง 4 เดือนตามที่รัฐบาล จึงต้องการสอบถามว่า อธิบดีที่อยู่โยกย้ายนั้น ได้กระทำเรื่องใดผิด และรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย จะแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างไร ทั้งที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ได้ดำเนินการปราบไปแล้ว และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้กลับมาใหม่แล้ว
นายศักดิ์ดา กล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทย จะปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์หมด 100% แล้ว แต่ยืนยันว่ารัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหมือนเดิม 100% จึงขอให้พรรคเพื่อไทยกลับไปทบทวนใหม่ รวมถึงสมเด็จฮุนเซน ซึ่งตนไม่อยากอธิบายว่า ใครสนิทกับสมเด็จฮุนเซน หรือใครรู้จักเขมร เพราะไม่เกิดประโยชน์ จึงขอให้พูดถึงประโยชน์ประชาชน เรื่องปากท้องมากกว่า เพราะหากจะพูดถึงประเด็นทางการเมือง ประชาชนก็จะไม่ได้ประโยชน์
นายศักดิ์ดา ย้ำว่า ส่วนการโยกย้ายข้าราชการนั้น รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในสมัยที่น.ส.ธีรรัตน์ เป็นรมช.เหมือนตนก็มีการโยกย้ายเช่นเดียวกันถึง 3 ครั้ง ซึ่งตนไม่กล่าวหาว่าใครผิดใครถูก แต่การโยกย้ายข้าราชการมีคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม และเชื่อว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ลงนามโยกย้ายในครั้งนั้น มีเหตุผล
การโยกย้ายครั้งนี้ ก็เชื่อว่ามีความเหมาะสมต่อสถานการณ์แต่ละครั้งเช่นกัน จึงขออย่าไปรื้อฟื้น เพราะอดีตอธิบดีกรมการปกครอง ที่จะเกษียณอีกเพียง 2 เดือน และถูกเด้งไปเป็นผู้ตรวจราชการ อดีตอธิบดีจะเสียกำลังใจหรือไม่ และการโยกย้าย เป็นเรื่องปกติ ที่มีกฎเกณฑ์ หากข้าราชการถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม ผู้กระทำก็มีโทษถึงจำคุก มองว่าการนำประเด็นดังกล่าวมาโจมตีกัน จะไม่เป็นประโยชน์
นายศักดิ์ดา ยืนยันว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาเขมร รัฐบาลปัจจุบัน จะทำได้ดีกว่ารัฐบาลก่อนแน่นอน จะมีเพียงการต่อสู้ เพื่อรักชาติ รักอธิปไตยของคนไทย ไม่มีลุง ไม่มีนายทุนแน่นอน