มติสภา 184 เสียง ปิดช่องนิรโทษกรรม เยาวชน- ผู้ต้องคดีม.112 แบบมีเงื่อนไข หลังถกเถียงกันวุ่น จนต้องสั่งพักการประชุม
วันที่ 21 ต.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม เข้าสู่วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข ฉบับที่… พ.ศ…. ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นประธาน พิจารณาแล้วเสร็จแล้ว
โดยการพิจารณามาตรา 3 ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้มิให้ใช้บังคับแก่บุคคลที่กระทำความผิดหรือถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดอันมีสาเหตุมาจากการชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกใดๆ อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2548 ถึงวันที่ 16 ก.ค.2568
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมมีสส.อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายว่า ในมาตรา 3 มีกมธ.สงวนความเห็นที่น่าสนใจไว้หลายคนคือ ผู้ที่กระทำความผิดอายุเกิน 18 ปีขณะกระทำความผิดซึ่งถือเป็นประเด็นใหม่ที่มีความแตกต่างจากกมธ. เนื่องจากกมธ.ไม่ได้บอกอายุ
ตนจึงอยากทราบเหตุผลของประธาน กมธ.ที่เห็นแตกต่างจากเพื่อนสมาชิก เพราะข้อความดังกล่าวผิดหลักการของร่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยซึ่งถือว่า 1 ใน 3 ของร่างที่สภาฯ รับหลักการไป แม้จะไม่ใช่ร่างหลักแต่ในการพิจารณา ต้องไปพิจารณาในหลักการด้วย สาระสำคัญของร่างของพรรคภูมิใจไทย มีการระบุเอาไว้ว่า ไม่รวมความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งจะส่งผลในมาตรา 6 มาตรา 7 และมาตรา 8 ที่เราจะมีการพิจารณาต่อไป
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หากไม่ได้มีการกำหนดในมาตรา 3 ว่าเรื่องอายุไม่เกิน 18 ปี ก็จะมีอีกหนึ่งมาตราที่จะสามารถบรรเทาได้ ซึ่งมาตรา 9/1 เขียนเอาไว้ว่า ให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลในขณะที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา
โดยขอให้ใช้มาตรการยุติ โดยไม่ต้องมีคำพิพากษาตามกฏหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัว โดยให้มีวิธีพิจารณาเยาวชนและครอบครัวและให้ศาลมีอำนาจรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมการ เสริมสร้างสังคมสันติสุขที่จะมีขึ้น ประกอบการพิจารณาสองมาตรการดังกล่าวได้ไม่ว่าจากคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นใด จึงอยากให้ประธานกรรมาธิการ หรือตัวแทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยชี้แจงด้วยว่าการแก้ไขมาตรา 3 ขัดต่อหลักการของร่างนายอนุทินหรือไม่
ด้านนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล อภิปรายว่า ตนไม่ได้พูดตามภาษากฎหมาย แต่พูดตามความเข้าใจ กรณีที่น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.)ระบุไว้ว่าในมาตรา 3/1 ให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ผ่านคณะกรรมการได้รับการอภัย ขณะที่กมธ.เสียงข้างมากบอกว่าในมาตรา 9/1 มีเรื่องนี้อยู่แล้ว ตนเห็นด้วยกับการให้อภัยเด็กแต่ไม่ใช่การให้อภัยไปเฉยๆ ต้องมีขั้นตอน และอยากให้ในมาตรา 9/1 ลดขั้นตอนลง
โดยขอพักการประชุม แล้วให้กมธ.กับเสียงข้างน้อยไปคุยกัน เพื่อให้ปัญหามันจบ การโหวตจะได้ไปในทิศทางเดียวกันทั้งสภาฯ จากความคิดเห็นใดก็ตามแต่เยาวชนเราก็ต้องดูแลอายุต่ำกว่า 18 ปีก็อาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่ตอนนี้ขัดกันอยู่เพียงเล็กน้อย
นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า จากที่ได้ฟังพบว่ามีความคิดเห็นที่หลากหลายแต่ตนคิดว่าส่วนตัวอยากได้เหมือนที่นายชาดาเสนอว่าเราควรหาทางออกให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ที่เขาทำความผิดในขณะที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ความคิด ความอ่าน อาจจะไม่โตพอ อาจจะมีความพลั้งเผลอไป
ฉะนั้น หากสภาฯ แห่งนี้สามารถแก้ไขปัญหาชีวิตให้เขาได้ ก็จะเป็นพระคุณอย่างใหญ่หลวงของสังคมไทยและเด็กเหล่านั้น เพื่อให้เขามีชีวิตใหม่ มีอนาคตใหม่ และตนเชื่อว่าหากเขาผ่านจุดนี้ไปได้ เขาจะเป็นคนดีต่อสังคมไทยมากกว่าเดิมอย่างยิ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปรายดังกล่าวไม่สามารถหารือยุติได้ ทำให้นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้าน เสนอให้พักการประชุม ทำให้นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาฯ ในฐานะประธานที่ประชุม ต้องขอพักประชุมเพื่อให้วิปและกมธ.หาข้อยุติร่วมกัน
จากนั้นเวลา 13.35 น. หลังจากที่พักการประชุมไปประมาณ 1 ชั่วโมง เนื่องจากมีข้อเห็นแย้งระหว่างกรรมาธิการในร่างมาตรา 3 ว่าด้วยเงื่อนไขของการไม่ได้รับนิรโทษกรรมในบางคดี ทว่ากมธ.เสียงข้างน้อย ได้สงวนความเห็นให้ปรับเนื้อหาเพิ่มการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 แบบมีเงื่อนไขนั้น
ภายหลังการหารือแล้วเสร็จ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานกมธ. ได้แจ้งว่า ที่ประชุมมีข้อยุติว่าร่างมาตรา 3 นั้นจะเป็นไปตามที่กมธ.เสียงข้างมากเสนอ แต่ในร่างมาตรา 9/1 นั้นได้ปรับแก้ไขเนื้อหาดังนั้น เชื่อว่าสภาฯ จะเห็นชอบ
โดย น.ส.ศศินันท์ ยืนยันการปรับแก้เนื้อหาที่เพิ่มการนิรโทษกรรมให้เยาวเชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะเชื่อว่าไม่ขัดต่อหลักการ อีกทั้งการกำหนดประเด็นเยาวชนไม่จำเป็นต้องดูรายละเอียดขนาด ว่าการถูกดำเนินคดีอยู่ในขั้นตอนใด จากที่กมธ.พิจารณาคดีปิดสนามบิน คืนสิทธิล้มละลาย ระงับค่าเสียหายหรือการกระทำของผู้ใหญ่ที่หนักกว่ามาก ไม่ต้องถกเงื่อนไขต่างๆ
“รู้สึกผิดหวังว่าต้องหาทางออกแบบอ้อมๆ เลียบๆ เคียงๆ และไม่ได้ถามด้วยซ้ำว่าคนที่ได้รับประโยชน์ต้องการอะไรกันแน่ แม้โหวตวันนี้จะไม่ชนะ แต่ฝากที่ประชุมว่า พ.ร.บ.นี้ สร้างเสริมสันติสุขไม่ได้ หากมองคนอีกกลุ่มเป็นคนตรงข้าม หาวิธีเลี่ยงบาลี นิรโทษกรรมกับเยาวชน” น.ส.ศศินันท์ กล่าว
จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติตัดสิน โดยพบว่ามติเสียงข้างมาก 184 เสียง เห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมาก ขณะที่ 133 เสียงเห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างน้อย ก่อนที่ที่ประชุมได้พิจารณาในรายละเอียดของมาตราต่อไป