สีหศักดิ์ มั่นใจ ได้ลงนามประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา บนเวทีอาเซียน ย้ำแผนถอนอาวุธหนัก กู้ทุ่นระเบิด ปราบสแกมเมอร์

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2568 ที่พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระบรมรูปทรงม้า) พระลานพระราชวังดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงนามประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 25-28 ต.ค. 2568 นี้

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค. มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ไทย-กัมพูชา ซึ่งทุกอย่างที่ประเทศไทยให้ความสำคัญค่อนข้างลงตัวแล้ว และทุกอย่างตกลงกันได้ในระดับหนึ่ง ทั้งการถอนอาวุธหนัก การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการกว้างล้างอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีแผนงานและแผนการดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน รวมถึงการนำชาวกัมพูชาออกจากดินแดนที่เป็นพื้นที่ประเทศไทยก็มีการพูดคุยแล้วเช่นเดียวกัน

หลังจากนี้จะมีการทำงานและพูดคุยกันว่า มีจุดใดบ้างที่มีการรุกล้ำ และจะดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป รวมถึงในวันนี้ก็น่าจะมีความเรียบร้อย เพราะพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม จะมีการลงนามบันทึกสรุปการประชุม GBC ไทย-กัมพูชา ระหว่าง รมว.กลาโหมไทยกับกัมพูชา

ซึ่งหากทุกอย่างเรียบร้อยก็จะดำเนินการลงนามประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ระหว่างนายกรัฐมนตรีไทย และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่มาเลเซีย ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ โดยมีนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย รวมทั้งผู้นำชาติสมาชิกอื่นๆ เป็นพยาน

นายสีหศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนขั้นตอนภายหลังการลงนามประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา เสร็จสิ้นนั้น ในการลงนามประกาศความสัมพันธ์ฯ จะมีแผนดำเนินการแนบว่า หลังจากนี้จะต้องมีการถอนอาวุธหนัก การเก็บกู้ทุ่นระเบิด รวมถึงการปราบปรามปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งจะมีแผนการดำเนินการ และกรอบเวลาที่ชัดเจน

เมื่อถามถึงการแก้ไขปัญหาบ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ที่ชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในแผ่นดินไทย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ไทย-กัมพูชาจะได้พูดคุยกันในรายละเอียดให้ชัดเจน และจะดำเนินการแก้ไขต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน