เท้ง อัด ‘อนุทิน’ แก้ปัญหาสแกมเมอร์ เบาไป-ช้าไป แนะ แสดงบทบาทเป็นผู้นำ จับมือนานาชาติสางปัญหา ฮึ่ม ยื่นซักฟอกแน่ ถ้าแก้รธน.ล่ม

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 24 ต.8. 2568 ที่โรงแรม ดิ ไอเดิล โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ จ.ปทุมธานี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอการผลักดันกรณีการปราบปรามสแกมเมอร์ในเวทีการประชุมอาเซียนซัมมิทว่า เสียดายที่ทราบข่าวว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย อาจจะติดภารกิจจากข่าวที่เกิดขึ้น ทำให้ไม่ได้เดินทางไปร่วมประชุมเวทีดังกล่าว

จริงๆ ก็ไม่จำเป็นที่ต้องใช้เวทีอาเซียนซัมมิทอย่างเดียว เพราะประเทศไทยโดยนายกฯ สามารถที่จะแสดงบทบาทออกไปในเวทีโลกได้ ในการให้ประเทศไทยเป็นตัวกลางการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ โดยอาจจะตั้งศูนย์ขึ้นมาเพื่อประสานกับหลายๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบต่างๆ อย่างน้อยใช้กลไกนี้เป็นกลไกกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ทั้งในเรื่องของอาชญากรข้ามชาติหรือสแกมเมอร์ต่างๆ

สิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราสามารถจับตัวการได้จริงๆ คือต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน ระหว่างรัฐต่อรัฐ รวมถึงการประสานกับตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล รวมทั้งการช่วยเหลือเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ ตนคิดว่านี่เป็นภารกิจสำคัญที่ประเทศไทยสามารถนำในส่วนนี้ได้

เมื่อถามว่า การทำงานของรัฐบาลถือว่ามีความจริงใจในเรื่องการแก้ปัญหาสแกมเมอร์มากน้อยแค่ไหน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเบาและช้าไป ไม่ได้จริงจังมากเพียงพอ และขอส่งข้อเรียกร้องว่าประเทศไทยสามารถที่จะแสดงบทบาทต่างๆ เหล่านี้ได้ คือในเรื่องเจตจำนงที่ชัดเจนของนายกฯ การลงมือทำอย่างแข็งขันและจริงจัง

เมื่อถามว่า ขณะนี้รัฐบาลทำงานมาพอสมควรแล้ว อยากฝากอะไรในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าหลายเรื่อง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ตนเชื่อว่าประชาชนต้องการตอนนี้ คือ รัฐบาลที่บริหารประเทศทุกอย่างตรงไปตรงมา

ฉะนั้น ในเรื่องของข้อกล่าวหา เช่น เรื่องของรองนายกฯ ที่อาจจะมีส่วนพัวพันกับเครือข่ายเส้นเงินต่างๆ เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ อยากให้นายกฯ ได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่จำเป็นต้องรอ ให้เขาลาออกเอง แต่จริงๆ อำนาจของนายกฯ สามารถทำได้มากกว่านั้น รวมถึงเรื่องอื่นๆ เช่น กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

สิ่งหนึ่งที่ฉุดรั้งประเทศไทยอยู่ในปัจจุบัน หากเราไม่เริ่มแก้ไขระบบการเมืองที่ดีเพียงพอ นโยบายหลายอย่างอาจไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น จึงอยากฝากให้ทางรัฐบาลที่นอกจากจะดำเนินการทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมาแล้ว คือการรักษาสัญญาตาม MOA เดินหน้ากระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญและเดินหน้าสู่การยุบสภา เพื่อทำให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว ในกรอบระยะเวลาที่กำหนด

เมื่อถามถึงปัญหาสแกมเมอร์ที่โยงไปถึงคนในรัฐบาล จะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้ คือการใช้ทุกกลไกในสภา เช่น การตั้งกระทู้ถามสด การใช้เวทีกรรมาธิการ

รวมถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ใช้เวทีที่ประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา (IPU) เดินหน้ากดดันรัฐบาลเรื่องนี้ ซึ่งทำให้ประเทศไทยเรามีจุดยืนบนเวทีโลกที่แสดงออก ทำให้เวทีโลกเห็นว่าเราไม่ได้นิ่งนอนใจ

ส่วนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างที่ตนเคยบอกไปแล้วหลายครั้งว่า สิ่งหนึ่งที่เราต้องพยายามประคับประคอง คือ กระบวนการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

“สิ่งหนึ่งที่ผมอาจพูดเป็นเงื่อนไขได้ชัดในวันนี้ คือเมื่อไรที่กระบวนการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกล้มลง ตอนนั้นไม่มีเหตุผลใดๆ ที่เราจะยั้งในเรื่องของการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 151 รัฐบาลอีกต่อไป

ขณะที่ปัญหาอื่นๆ ก็ไไม่ได้มีความสำคัญน้อยกว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทุกปัญหามีความสำคัญเท่ากัน เพียงแต่ข้อตกลงตาม MOA ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ อย่างที่ผมต้องย้ำอีกครั้งว่าไม่ว่าเราจะเลือกตั้งไปอีกสักกี่ครั้ง หากเราไม่เปลี่ยนกติกาสูงสุดของประเทศ ให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นประเทศไทย ก็จะเดินหน้าไปไกลกว่านี้ไม่ได้

จึงเป็นสาเหตุที่พรรคประชาชนเราทำข้อตกลง MOA นี้กับพรรคภูมิใจไทยเพื่อเดินหน้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปพร้อมกับการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นการหมุนเข็มให้ประเทศไทยเดินหน้า” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน