หมิว พรปวีณ์ เปลี่ยนใจไม่ถอนตัว ลุยแข่งแบดซีเกมส์ ธรรมนัส ตั้งทีมสอบปัญหาทุกสมาคมกีฬา ผู้ว่าฯกกท.จ่อสังคายนาทุกสมาคม หวังทุกอย่างคลี่คลายเร็วที่สุด
เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 28 ต.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังหารือกับ นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และ น.ส.พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ หรือ หมิว นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย ที่ได้ถอนตัวออกจากการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการของสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และถูกตัดเบี้ยเลี้ยง
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มีคำสั่งให้ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสมาคมกีฬาที่มีปัญหาทุกสมาคม ไม่ใช่เฉพาะสมาคมแบดมินตันฯ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ต้องมีความโปร่งใส และจากการพูดคุยกับนักกีฬาและโค้ชถึงปัญหาต่างๆ มีข้อตกลงชัดเจนว่า คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาจะทำหน้าที่ตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ส่วนตัวนางสาวพรปวีณ์และโค้ชนั้น จะเดินหน้าในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จะมีขึ้นในปลายปีนี้ต่อไป
ขณะที่ เรื่องต่างๆได้มอบหมายให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยแก้ไขปัญหา ส่วนตนจะลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษขึ้นมาในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของกีฬาทุกประเภท เพราะต้องการชำแหละวงการกีฬาทุกสมาคม เพื่อให้เข้าสู่ระบบ รวมทั้งเป็นการพัฒนากีฬาให้เป็นนักกีฬาอาชีพ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและสร้างชื่อเสียงให้กับตัวนักกีฬาเอง
เมื่อถามถึงปัญหาหลักที่เกิดขึ้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เป็นเรื่องการบริหารในสโมสรและในสมาคมซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนักกีฬาแต่ละคนที่มาจากสโมสรมีปัญหากับบางสมาคม ไม่ใช่เฉพาะสมาคมแบดมินตัน เนื่องจากบางสมาคมทำตัวเป็นสโมสรเสียเองทำให้เกิดปัญหา จึงเป็น เรื่องที่ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยจะรับไปแก้ไข รวมถึงตรวจสอบเรื่องงบประมาณที่คณะกรรมการชุดพิเศษจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป
ด้าน น.ส.พรปวีณ์ กล่าวว่า ยินดีที่จะทำเพื่อชาติ และพี่ๆน้องๆที่อยู่ในทีมก็เต็มใจที่จะตีเพื่อทีมของเรา ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นขอฝาก ร้อยเอกธรรมนัสช่วยแก้ไขให้ เพื่อพัฒนาวงการกีฬาให้มีนักกีฬารุ่นใหม่แทนรุ่นพี่ได้ทันเวลา
ขณะที่ นายก้องศักด กล่าวว่า ตามที่ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องนี้ เราจะต้องจบปัญหาให้เร็วที่สุด โดยในระยะสั้นก็คือการได้รับความร่วมมือจากทางสมาคม และ น.ส.พรปวีณ์ จะเดินหน้าทำงานรับใช้ชาติในเรื่องของการเป็นนักกีฬาทีมชาติในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
นายก้องศักด กล่าวว่า ส่วนเรื่องปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการสมาคม ตนในฐานะนายทะเบียนได้รับมอบหมายไปดำเนินการ ไม่ใช่เฉพาะแบดมินตันเท่านั้น ข้อร้องเรียนต่างๆ ในสมาคมต่างๆ กับนักกีฬาที่เกี่ยวข้องกับซีเกมส์หรือไม่เกี่ยวข้องก็จะต้องได้รับการสังคายนา หรือมาจัดระบบ ระเบียบใหม่ ซึ่งตรงนี้ ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะประธานคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ก็หวังว่าจะให้กรณีของน้องหมิวเป็นตัวอย่างและเป็นจุดเริ่มต้น ในการที่จะทำงานบูรณาการร่วมกัน และสังคายนาสิ่งต่างๆที่อาจจะยังไม่ถูกต้อง ผิดระเบียบกฎหมายต่างๆ ยืนยันว่าเดินหน้าทุกอย่างคงจะมี คลี่คลายได้เร็วที่สุด
เมื่อถามว่า กรณีนักกีฬายิงเป้าบินที่ถอนตัวไปก่อนหน้านี้ จะมีการแก้ปัญหาอย่างไร นายก้องศักด กล่าวว่า เป็นหนึ่งในเรื่องที่ ร้อยเอก ธรรมนัส ดำริว่าเราจะต้องดำเนินการ โดยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นบรรทัดฐานต่อไป ซึ่งจะดำเนินการสอดคล้องกับกรณีของแบดมินตันเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า กรณีที่มีการหักเงินรางวัลของนักกีฬาอย่างสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย นายก้องศักด กล่าวว่า ถ้ามีเอกสารหลักฐานชัดเจนถึงการกระทำความผิด ในฐานะนายทะเบียนก็ต้องดำเนินการ เพราะเป็นระเบียบกฎหมาย ถ้ามีเอกสารหลักฐานอะไรที่สอบไปในเรื่องของการกระทำที่ผิดระเบียบ ทุจริตต่างๆ เรายินดีที่จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ร้อยเอกธรรมนัส ก็มีดำริให้คณะกรรมการต่างๆ ที่มาจากบุคคลภายนอกหลายหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ
ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. ) สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็จะทำให้มั่นใจได้ว่า ผลการพิจารณาข้อเท็จจริงต่างๆ เป็นไปอย่างโปร่งใส และเป็นอิสระ