พิพัฒน์ เปิดตัว ‘ประสิทธิ์ชัย’ น้องประเสริฐ สส.ประชาธิปัตย์ 6 สมัย ชิง สส.ยะลาเขต 1 มั่นใจภูมิใจไทย กวาดเก้าอี้สส.ใต้ 30 ที่นั่งตามเป้า แม้ ‘อภิสิทธิ์’คัมแบ็ก ประชาธิปัตย์
เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2568 ที่พรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ต้อนรับ นายประสิทธิ์ชัย พงษ์สุวรรณศิริ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ยะลา เขต 1
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นายประสิทธิ์ชัย เป็นน้องชายของนายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สส.ยะลา เขต 1 มา 6 สมัย และหลังจากนั้นก็หยุดเล่นการเมืองไป ก่อนที่นายนิพนธ์ บุญญามณี ได้เชิญนายประสิทธิ์ชัย มาร่วมทำงานการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย
ก่อนหน้านี้ปี 2562 และปี 2566 พรรคภูมิใจไทยมีผู้สมัครในจ.ยะลา ครบทั้ง 3 เขต แต่ขณะนี้เชิญนายประสิทธิ์ชัย มาเป็นเขตเดียว ส่วนอีก 2 เขต จะหารือกันอีกครั้ง ซึ่งอยากเชิญชวนผู้ที่มีอุดมการณ์ร่วมกับพรรค มาขับเคลื่อนงานการเมืองในจังหวัดยะลา
ขณะที่ในจ.ปัตตานีและนราธิวาส มีผู้สมัครบ้างบางส่วน แต่เตรียมเปิดตัวผู้สมัครในจังหวัดปัตตานีเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ต้องย้ำว่าในขณะนี้ยังไม่มีการยุบสภา การที่เราจะเชิญผู้ที่อยากร่วมการกับพรรคภูมิใจไทย มาเปิดตัวบางครั้งอาจจะติดขัดกับพรรคเดิม จึงยังไม่สามารถเปิดตัวอะไรได้มาก
เมื่อถามถึงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นฐานเสียงของพรรคประชาชาติ พรรคภูมิใจไทยจะใช้กลยุทธ์อะไรเจาะพื้นที่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ พรรคภูมิใจไทยเคยส่งผู้สมัคร และได้คะแนนมา แต่ในจ.ยะลา พรรคภูมิใจไทยยังไม่เคยมีสส.แต่เคยมีผู้สมัคร แต่ในจ.ปัตตานีหรือนราธิวาส มีสส. ที่เป็นตัวแทนของพรรคอยู่แล้ว
ในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในปี 2569 ตนได้มอบหมาย จากนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ไปหาผู้สมัครใน 3 จังหวัดมาเพิ่มเติม เพื่อจะได้ผนึกกำลังปักธงให้ได้เพิ่มขึ้น เพราะในปี 2562 มีสส.เขต 1 คน ที่ปัตตานี และปี 2566 มีสส. 1 งคนที่นราธิวาส แต่ในการเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะมีสส.ทั้ง 3 จังหวัด
เมื่อถามถึงเป้าหมายที่เคยตั้งเป้าหมายไว้ สส.ในภาคใต้ไว้ 30 เก้าอี้ จะยังเป็นไปตามเป้าหมายเดิมหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ เปลี่ยนหัวหน้าพรรคคนใหม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป้าหมายยังเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป้าหมาย แลมั่นใจว่าเราจะทำได้ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่งในพื้นที่ภาคใต้ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็ยังมั่นใจ
โดยเฉพาะในขณะนี้กระแสความนิยมของพรรคภูมิใจไทยมีเพิ่มมากขึ้น ขณะที่พรรคที่เป็นคู่แข่งของเราบางพรรคก็มีการเปลี่ยนแปลง บางพรรคยังไม่แน่นอนว่ายังอยู่หรือไม่ ฉะนั้น การแข่งขันทางการเมืองต้องมีต่อไป ซึ่งการเลือกตั้งทุกครั้งไม่มีครั้งไหนที่ไม่มีคู่แข่ง ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งก็จะมีการแข่งขันไม่น้อยกว่า 4 – 5 พรรค มันคือการแข่งขันทางการเมือง
เมื่อถามย้ำถึงกรอบยุบสภาจะยังคงยึดตามกรอบเดิม 4 เดือนหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นายอนุทิน ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง รอให้นายกฯ กลับมาจากมาเลเซีย และจะเดินทางไปประชุมต่อที่เกาหลีใต้ คาดว่าจะกลับมาถึงในที่ 1 พ.ย. ขอไปให้สอบถามนายกฯ เองจะดีกว่า เพราะมีอำนาจเพียงคนเดียวในการจะประกาศยุบสภาหรือไม่ยุบสภา