กุ้งก้ามกรามบางแพ สินค้า GI ลำดับที่ 5 ของจังหวัดราชบุรี
กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ประกาศความสำเร็จ “กุ้งก้ามกรามบางแพ” สินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากจังหวัดราชบุรี ที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร-ผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมหนุนสินค้า GI ไทยให้เป็นสินค้าคุณค่าเพิ่ม สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ตามนโยบาย Quick Big Win ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

นายธรณินทร์ บรรยงวรพินิจ พาณิชย์จังหวัดราชบุรี (ด้านขวา)
นายธรณินทร์ บรรยงวรพินิจ พาณิชย์จังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า กุ้งก้ามกรามบางแพเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 5 ของจังหวัดราชบุรี มีพื้นที่เพาะเลี้ยงใน 3 อำเภอ ได้แก่ บางแพ ดำเนินสะดวก และโพธาราม โดยในปี 2568 สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,570 ล้านบาท จากความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนที่อนุมัติให้นำเข้ามากขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคากุ้งปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังคงเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาและต่อยอดสินค้า GI อย่างครบวงจร ตั้งแต่การยกระดับมาตรฐานการผลิต การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การสร้างตราสัญลักษณ์รับรอง GI ไปจนถึงการประชาสัมพันธ์เชิงรุก พร้อมผลักดันให้กุ้งก้ามกรามบางแพก้าวสู่ตลาดสากลในอนาคต ทั้งยังเป็นต้นแบบของนโยบาย “สร้างมูลค่า ด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น” ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับปี 2569 กระทรวงพาณิชย์มีแผนขยายช่องทางจำหน่ายกุ้งก้ามกรามบางแพให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งตลาด Modern Trade และตลาดต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลี โดยร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ที่มีทูตพาณิชย์กว่า 58 แห่งทั่วโลก พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ เพื่อขับเคลื่อนสินค้า GI ไทยสู่เวทีโลก

นายประกอบ ทรัพย์ยอดแก้ว นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย
และเจ้าของประกอบฟาร์ม (ด้านซ้าย)
ด้าน นายประกอบ ทรัพย์ยอดแก้ว นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย และเจ้าของประกอบฟาร์ม กล่าวขอบคุณกระทรวงพาณิชย์และทุกหน่วยงานที่ร่วมผลักดันอย่างจริงจัง พร้อมเผยว่า การที่กุ้งก้ามกรามบางแพได้รับการขึ้นทะเบียน GI ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวราชบุรีทุกคน เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมามีความมุ่งมั่นในการดำเนินการ ทั้งการตรวจสอบคุณภาพ การวิเคราะห์ดิน น้ำ ไปจนถึงลักษณะเฉพาะของกุ้งในพื้นที่ จนมั่นใจได้ว่ากุ้งบางแพมีคุณภาพ-ได้มาตรฐาน
ปัจจุบัน อำเภอบางแพมีพื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามราว 20,000 ไร่ โดยเตรียมผลักดันให้พื้นที่ทั้งหมดเข้าสู่ระบบ GI เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอให้ภาครัฐจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า One Stop Service ในประเทศจีน โดยเฉพาะนครฉงชิ่ง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการส่งออก และยืนยันว่าผู้เพาะเลี้ยงไทยพร้อมรักษาคุณภาพ ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
“มั่นใจได้ว่ากุ้งก้ามกรามบางแพมีทั้งคุณภาพและปริมาณไม่แพ้ใคร เพราะพวกเรามีหน้าที่ทำกุ้งให้ดีที่สุด ให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภค รักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป้าหมายสำคัญของเรา คือ ผลักดันให้กุ้งก้ามกรามไทยขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของตลาดโลก” นายประกอบ กล่าวทิ้งท้าย