ในวันที่เหนื่อยล้าจากการทำงานหรือกิจกรรมรอบตัว หลาย ๆ คนคงหาวิธีฮีลใจและเติมเต็มพลังงานใหม่ ๆ ให้กับชีวิตด้วยการท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างกันไป และสำหรับที่นี่ “ท่าปลา” นับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่อยากจะชวนให้ทุกคนได้มาสัมผัสทั้งวิถีชีวิตของผู้คน สินค้าชุมชนสุดเด็ด และแหล่งท่องเที่ยวที่แสนจะงดงามเกินต้าน

ท่าปลาในวันนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน โดยมีกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลาย อย่างที่ หมู่บ้านประมงท่าเรือ (บ้านท่าเรือเก่า) จะเป็นโฮมสเตย์เชิงเกษตร มีหมู่บ้านตั้งอยู่ริมทะเลสาบ และมีท่าเรือสำหรับขนถ่ายปลาอีกทั้งยังมีกิจกรรมล่องแพนำเที่ยวชมความงามแบบพาโนรามาของทะเลสาบเหนือเขื่อนสิริกิติ์ที่โอบล้อมด้วยภูเขาสูงและป่าไม้เขียวขจี หากมีโอกาสต้องไม่พลาดที่จะแวะตลาดปลาที่ชาวบ้านนำมาขาย ซึ่งมีทั้งปลาสดและปลาตากแห้งให้เลือกช็อปได้สบายใจ และอย่าลืมที่จะแวะชิมเม็ดมะม่วงหิมพานต์จากวิสาหกิจชุมชนบ้านหาดไก่ต้อย ที่ชาวท่าปลาต่างยกย่องให้เป็นอัญมณีล้ำค่าจากภูเขาหินลูกรัง ซึ่งทำให้เนื้อแน่น เม็ดเล็ก มีรสชาติหวาน และมีประโยชน์ต่อร่างกาย

นอกจากนี้อยากจะชวนให้ทุกคนได้เช็คอินกับวิวสวย ๆ ที่สุดตระการตาบนสกายวอล์คห้วยน้ำรี ที่เป็นแลนด์มาร์คริมอ่างเก็บน้ำ ภายใต้โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งได้ออกแบบให้มีส่วนที่ยื่นออกไปกลางหุบเขาความยาวกว่า 700 เมตร ทำให้สามารถชมทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำในมุมสูง และเป็นจุดชมทะเลหมอกยามเช้าได้ฟีลความสุขที่ดีต่อใจ และที่พลาดไม่ได้คือ เขื่อนสิริกิติ์ ที่ยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์

ขึ้น-ตกได้ตลอด รวมถึงยังมองเห็นวิวแม่น้ำสองสีได้อีกด้วย ทั้งนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถแวะไปสักการะพระพุทธสิริสัตตราชจำลอง (หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์) พร้อมทั้งยังเที่ยวชมวิวที่สะพานเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ 72 พรรษาเป็นสะพานแขวนที่ทอดข้ามแม่น้ำน่าน เชื่อมระหว่างจังหวัดอุตรดิตถ์และน่าน ถือเป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะตอนกลางคืนจะมีไฟประดับประดาอยู่บนสะพาน ช่วยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอีกมุมมองที่สวยงามไม่แพ้กัน

กว่าจะมาเป็นท่าปลาที่แสนสดใสเช่นนี้ ในอดีตที่นี่เคยมีปัญหาเรื่องเขตพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่านที่ไม่ครบถ้วน และบางส่วนมีการซ้อนทับกับที่ดินของรัฐ อาทิ ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน วนอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำลี และเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) ทำให้ชาวท่าปลาต้องต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิในที่ดินยาวนานกว่า 50 ปี จนกระทั่งรัฐบาลได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาแก้ไขปัญหา โดยใช้การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 หรือ (One Map) เป็นเครื่องมือในการสร้างความชัดเจนของแนวเขตที่ดิน เพื่อสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่

นับว่าการได้รับเอกสารสิทธิในที่ดินครั้งนั้นได้ส่งผลดีต่อชาวท่าปลาได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินอย่างถูกต้อง ได้สร้างอาชีพและสร้างรายได้จากการเกษตรและการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน หากจะมีสักครั้งที่ต้องออกทริปเดินทางอยากชวนให้ทุกคนมาสัมผัสการท่องเที่ยววิถีเกษตรที่ “ท่าปลา”ท่ามกลางบรรยากาศที่เรียบง่าย ได้ชาร์จแบตชีวิต พร้อมใจฟูไปกับกิจกรรมสุดชิลล์ …เที่ยวครั้งหน้า

ปักหมุดมา “ท่าปลา” จังหวัดอุตรดิตถ์ กันได้เลย!

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน