การจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ถือเป็นก้าวแรกของการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการหลายรายอาจละเลย คือ “หน้าที่” ที่ต้องปฏิบัติต่อเนื่องหลังจากการจดทะเบียน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการรายงานผลการดำเนินงานประจำปี

และนี่ไม่ใช่เพียง “คำแนะนำ” แต่เป็น “ข้อกำหนดทางกฎหมาย” ที่ผู้ประกอบธุรกิจทุกรายต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

คำถามที่ว่าทำไมต้องส่งรายงาน?

เจตนารมณ์สำคัญของกฎหมายในข้อนี้ คือการสร้างมาตรฐานให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินกิจการอย่าง “โปร่งใส” และ “สามารถตรวจสอบได้” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมโดยรวม

กฎหมายได้กำหนดหน้าที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดส่งเอกสารสำคัญ 2 ส่วนต่อ สคบ. เป็นประจำทุกปี ดังนี้

  1. รายงานผลการประกอบธุรกิจ (ตามแบบ ขต.1/2 หรือ ขต.2/2)
  2. งบการเงินประจำปี (ต้องเป็นงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองความถูกต้องโดยผู้สอบบัญชีแล้วเท่านั้น)

โดยผู้ประกอบธุรกิจจะต้องจัดส่งเอกสารทั้งสองส่วน ภายใน 60 วัน นับแต่วันสิ้นปีบัญชี ของบริษัท ทั้งนี้หากผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถจัดเตรียมเอกสารได้ทันตามกำหนด ยังสามารถยื่นคำร้องเพื่อ ขอขยายระยะเวลาได้ แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน

หากผู้ประกอบธุรกิจไม่ส่งรายงานผลการประกอบธุรกิจและงบการเงินดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด สคบ. จะไม่นิ่งนอนใจและจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทันที โดย สคบ. จะเริ่มตั้งแต่การแจ้งเตือนเพื่อติดตามเอกสาร หากยังคงเพิกเฉย สคบ. มีอำนาจในการพิจารณาบทลงโทษ ซึ่งอาจนำไปสู่โทษขั้นสูงสุดคือการ “เพิกถอนทะเบียน” การประกอบธุรกิจ ซึ่งหมายถึงการสิ้นสุดสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงตามกฎหมายทันที

ดังนั้น สคบ.ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบธุรกิจทุกรายตระหนักถึงหน้าที่ตามกฎหมายข้อนี้ การปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดไม่เพียงแต่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณปลอดภัยจากข้อกฎหมาย แต่ยังเป็นการแสดงถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจที่ยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน