กรมทรัพยากรน้ำเร่งเครื่อง! เดินหน้าระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่จังหวัดอ่างทองและจังหวัดสิงห์บุรี หลังแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มระดับสูงจากฝนตกต่อเนื่อง โดย นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ได้สั่งการให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 (สทน.2) ลงพื้นที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ พร้อมมอบหมายให้ นายโอภาส ถาวร รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในจุดปฏิบัติการ

โดย นายโอภาส ถาวร รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทำงานแข่งกับเวลา เพื่อเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุด และดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดเผยว่า “เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 ลงพื้นที่ตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 2 จุด ได้แก่
📍 จังหวัดอ่างทอง – เจ้าหน้าที่ส่วนเครื่องกล สทน.2 ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง บริเวณบ้านจำปาหล่อ หมู่ 5 ตำบลจำปาหล่อ อำเภอเมืองอ่างทอง เพื่อเร่งระบายน้ำจากพื้นที่หมู่ 4, 5 และ 6 ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 430 ครัวเรือน รวมกว่า 700 คน
📍 จังหวัดสิงห์บุรี – สทน.2 ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง ที่บ้านหัวงิ้ว หมู่ 4 ตำบลหัวป่าก์ อำเภอพรหมบุรี สูบน้ำจากบ่อหลาที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อระบายน้ำออกสู่คลองบรมธาตุ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนกว่า 133 ครัวเรือน รวม 485 คน โดยคาดว่าจะเดินเครื่องสูบประมาณ 10 ชั่วโมงต่อวัน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ส่วนเครื่องกล สทน.2 ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 16 นิ้วแบบไฮดรอลิก ที่บ้านบางแคใน หมู่ 7 ตำบลบางมัน อำเภอเมืองสิงห์บุรี เพื่อสูบระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่ชุมชนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนกว่า 150 หลังคาเรือน หรือประมาณ 700 คน”

นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า “กรมทรัพยากรน้ำได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้ทุกสำนักงานในภูมิภาคเตรียมพร้อมเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ และเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทันทีเมื่อเกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง และเร่งฟื้นฟูสถานการณ์ในพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด”
กรมทรัพยากรน้ำยืนยัน พร้อมสนับสนุนเครื่องจักรกลและบุคลากรในทุกภูมิภาค เร่งระดมเครื่องสูบน้ําจากพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมสนับสนุนอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วมให้คลี่คลายโดยเร็วที่สุด