ผู้เข้าร่วมกิจกรรม “ค้นพบสถาปัตยกรรมโบราณซานซี” เยี่ยมชมเมืองโบราณผิงเหยา (ไชน่า เดลี่)

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนวิถีการท่องเที่ยวในจีน มอบบริการที่ฉลาดและตรงความต้องการมากขึ้น เสมือนมี “ไกด์ส่วนตัว” คอยช่วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ

Mutangay Jesteben Beni นักศึกษาชาวคองโกวัย 26 ปี ได้ทดลองใช้ AI วางแผนการท่องเที่ยวในกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากอยู่จีน 7 ปีเพื่อเรียนด้านวิศวกรรม โดยให้คำสั่งกับแอป Doubao ว่า “วางแผนทริปสามวันในปักกิ่ง เน้นกำแพงเมืองจีนและพระราชวังต้องห้าม มีงบราว 5,000 หยวน” ภายในเวลาไม่ถึง 10 วินาที แอปก็สร้างแผนท่องเที่ยวโดยละเอียด ทั้งแผนการเดินทาง ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว และร้านอาหาร “เสมือนมีเพื่อนคนพื้นที่คอยแนะนำ” เขากล่าว

เครื่องมืออย่าง DeepSeek และ Doubao กลายมาเป็นเพื่อนร่วมทางของทั้งนักท่องเที่ยวจีนและต่างชาติรายงานจากศูนย์ข้อมูลเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจีนระบุว่า ณ เดือนสิงหาคม จีนจดทะเบียนบริการ Generative AI แล้วกว่า 538 รายการ พร้อมแอปพลิเคชันและฟังก์ชันอีก 263 รายการ

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวมใส่ชุดแบบดั้งเดิมและเรียนรู้เกี่ยวกับเมืองโบราณผิงเหยา (ไชน่า เดลี่)

ในกิจกรรม “ค้นพบสถาปัตยกรรมโบราณซานซี” นักท่องเที่ยวหลายชาติได้สัมผัสการท่องเที่ยวผ่าน AI

Oluwabunmi Henry Jimoh วล็อกเกอร์ชาวไนจีเรียเผยว่า AI ทำให้ค้นหาเส้นทางใหม่และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ง่ายขึ้น ขณะที่ Veldesen Yaputra นักศึกษาชาวอินโดนีเซีย ใช้ฟีเจอร์สแกนภาพเพื่อศึกษาข้อมูลอาคารโบราณสถานได้ทันที เหมือนมี “ไกด์สถาปัตยกรรม” ติดตัว

Karyna Kovalevska วล็อกเกอร์ชาวยูเครน ใช้ AI สร้างคู่มือเที่ยวและช่วยตรวจความถูกต้องด้านประวัติศาสตร์ ทำให้การผลิตคอนเทนต์มีประสิทธิภาพขึ้น เธอมองว่า AI ทำให้บริการท่องเที่ยวอัจฉริยะในจีนเติบโตอย่างเห็นได้ชัด “บริการไกด์ในสถานที่ท่องเที่ยวมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น และอุปกรณ์อัจฉริยะที่ใช้ดิจิทัลและ AI เริ่มแพร่หลาย ช่วยยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยวของชาวต่างชาติอย่างมาก”

ด้วยนโยบายวีซ่าผ่านแดน 240 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวต่างชาติมีโอกาสสัมผัสชีวิตในจีนมากขึ้น “AI จะเป็น ‘สะพานสำคัญ’ เชื่อมโลกให้เข้าใจวัฒนธรรมจีนได้ดียิ่งขึ้น” เธอกล่าว

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม “ค้นพบสถาปัตยกรรมโบราณซานซี” (ไชน่า เดลี่)

ที่มา People’s Daily Online

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน