รังสีวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทยและบริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด ร่วมลงนาม MOU โครงการ “Advancing ILD Diagnosis” เพื่อยกระดับมาตรฐานการวินิจฉัยโรคปอดอินเตอร์สติเชียล (ILD) ทั่วประเทศ ผ่านการพัฒนาเครื่องมือช่วยรายงานผล HRCT Checklist & Structured Report Program และผลักดันการใช้ HRCT Structured Report Template เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และเสริมประสิทธิภาพการสื่อสารระหว่างแพทย์กับรังสีแพทย์ โรค ILD โดยเฉพาะภาวะปอดเป็นพังผืด เป็นโรคที่วินิจฉัยยากและหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจเสียชีวิตภายใน 3–4 ปี การวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญสูง ความร่วมมือครั้งนี้ยังได้รับการรับรองจากราชวิทยาลัยฯ เพื่อยกระดับการเรียนรู้และศักยภาพของรังสีแพทย์

รศ.นพ. วิวัฒนา ถนอมเกียรติ ระบุว่า เครื่องมือใหม่นี้จะสร้างมาตรฐานการรายงาน HRCT ให้ชัดเจนและเป็นหนึ่งเดียว ช่วยสนับสนุนการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ ทำให้ข้อมูลการรักษามีความชัดเจนและช่วยให้ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น ขณะที่นายริคาร์เต้ เซลวานเตส ริเวร่า ผู้จัดการทั่วไปเบอริงเกอร์ฯ กล่าวว่าบริษัทภูมิใจที่สนับสนุนการพัฒนาเครื่องมือเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการวินิจฉัย ILD

อ.พญ.ชญานิน นิติวรางกูร ระบุว่า เครื่องมือ HRCT จะให้แพทย์เข้าถึงได้ผ่านเว็บไซต์ราชวิทยาลัยฯ ช่วยให้การรายงานครบถ้วนตามแนวทาง สามารถประมวลผลข้อมูลและสรุปเป็นรายงานได้อัตโนมัติ

ภายในงานมีการเสวนาถึงความท้าทายของ ILD ซึ่งยังเป็นโรคที่ไม่เป็นที่รู้จัก และการอ่าน HRCT ในอดีตยังไม่มีมาตรฐานร่วมกัน การพัฒนาเครื่องมือนี้จะช่วยให้สามารถเก็บสถิติ ใช้ในการวางแผนรักษา เบิกจ่าย และผลักดันนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน รศ.นพ.วิัฒนา มองว่าแม้ AI ถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์ แต่ผู้เชี่ยวชาญยังต้องเป็นผู้สรุปผล ส่วน ผศ.นพ.วราวุฒิ สุขเกษม ชี้ว่า ILD มีมากกว่า 200 ชนิด การวินิจฉัยจึงท้าทาย และเครื่องมือนี้จะช่วยให้รังสีแพทย์สื่อสารด้วยมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ผู้ป่วยจึงเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม

พญ.ลัคนา กาญจนกุล กล่าวเสริมว่า ILD มีหลายรูปแบบและอาการต่างกัน เครื่องมือที่มีแพทเทิร์นชัดเจนจะช่วยให้แพทย์อ่านและติดตามโรคได้แม่นยำมากขึ้น แม้ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็น MOU ระยะ 1 ปี แต่เบอริงเกอร์ฯ มีแผนพัฒนาเครื่องมือวินิจฉัยโรคอื่นต่อไป และจะขยายการใช้งานไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน