กู่ ซุ่ย (ซ้าย) ผู้ก่อตั้งศูนย์อวี่ซ่าน พูดคุยกับหลี่ เผยเผย ช่างฝีมือของศูนย์ (ซินหัว)
ที่มณฑลเหอเป่ย ทางตอนเหนือของจีน หลี่ เผยเผย วัย 39 ปี นั่งบนรถเข็นและใช้มือถักเส้นฟางอย่างประณีต จนออกมาเป็นต่างหูและของประดับสุดงดงาม ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปหลังได้เรียนรู้ “หัตถกรรมฟาง” งานหัตถศิลป์โบราณที่ใช้เส้นใยพืชถักทอเป็นของใช้และงานศิลป์ โดยศิลปะพื้นบ้านดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของจีน ตั้งแต่ปี 2008
หลี่เติบโตที่อำเภอต้าหมิง และป่วยด้วยโรคโปลิโอตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้ต้องออกจากโรงเรียนและใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอยู่บ้านกว่าสิบปี จนกระทั่งเมื่อ 5 ปีก่อน เธอตัดสินใจสมัครเรียนที่ศูนย์อวี่ซ่าน สถาบันฝึกอบรมสานฟางฟรีสำหรับผู้พิการ
ภายใต้การสนับสนุนของกู่ ซุ่ย ผู้ก่อตั้งศูนย์ หลี่เข้าร่วมหลักสูตรฝึกอบรมฟรี พร้อมที่พักและโอกาสทำงาน “นอกจากการเรียนรู้เทคนิคการสานฟางแล้ว เรายังได้เรียนวรรณคดีจีนโบราณ เพื่อเพิ่มพูนความเข้าใจและมุมมองด้านการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม” เธอกล่าว
หลังเรียนจบ หลี่ทำงานเป็นช่างฝีมือเต็มเวลาที่ศูนย์ มีรายได้ราว 4,000 หยวนต่อเดือน “งานนี้ทำให้ฉันมีอิสรภาพทางการเงิน และรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองอย่างไม่คาดคิดมาก่อน” เธอกล่าว
หลี่เป็นหนึ่งในหลายพันคนที่ได้รับโอกาสใหม่จากโครงการของศูนย์อวี่ซ่าน นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2019 ศูนย์ได้ฝึกอบรมผู้พิการแล้วเกือบ 3,000 คน สร้างงานกว่า 200 ตำแหน่ง ช่วยให้ผู้พิการหลุดพ้นจากความโดดเดี่ยวทางสังคมและค้นพบศักยภาพของตัวเอง
กู่ ซุ่ย ระบุว่า หัตถกรรมฟางเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทน ความละเอียดประณีต และความคิดสร้างสรรค์ มากกว่ากำลังทางกาย จึงเป็นพื้นที่ให้ผู้พิการได้เรียกคืนศักดิ์ศรีและคุณค่ากลับคืนมา
ปัจจุบัน ผลงานของศูนย์เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ มีผู้ซื้อจากสหราชอาณาจักร อินเดีย รัสเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่หลี่ก้าวขึ้นเป็นครูฝึก ถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้พิการรุ่นใหม่ “เด็กหญิงที่เคยสูญสิ้นความหวังได้กลายเป็นแสงนำทางให้คนอื่น” หลี่กล่าว
ที่มา People’s Daily Online