TCEB โชว์นโยบายใหม่ปี’69 แท็กทีมประกาศสร้าง “แบรนด์ประเทศไทย” ดัน “จุดแข็งอุตสาหกรรม” ปั้นจุดขายไมซ์ไทยเปิด“ประตูสู่เอเชียที่ทั่วโลกให้ความไว้วางใจ” ชูกลยุทธ์ “TCEB Go” ปักธงทำ “ESG-ดาต้า/อินเทเลเจนซ์/นวัตกรรม-Fast Track” ขานรับเมกะเทรนด์ไมซ์โลก ปั๊มรายได้ 1.63 แสนล้าน

ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า นำทีม 3 รองผู้อำนวยการเสนอแผนประจำปี 2569 : TCEB Strategic Direction 2026 ภายใต้แนวคิด From Change that Matters to Impact that Lasts เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ประกาศต่อหน้าภาคีพันธมิตรทุกเครือข่ายที่เข้ามาร่วมรับฟังอย่างคับคั่ง ถึงทิศทางการเดินหน้าอุตสาหกรรมไมซ์ไทยปี 2569 เติบโตเพิ่มให้ได้ 10 % สร้างรายได้ทางตรง 163,000 ล้านบาท จากตลาดในประเทศ 92,000 ล้านบาท และต่างประเทศ 71,000 ล้านบาท ผลักดันให้ไมซ์สร้างผลผลิตมวลรวมในประเทศ (GDP) ถึง 1.77% เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.65%
โดยได้นำผลศึกษาจาก Brand Insights ค้นหาอุตสาหกรรม “จุดแข็ง” ของไทย เพื่อปั้นเป็น “จุดขาย”ระดับชาติและภูมิภาคเอเชีย ผลักดันมาตรฐานรับรองการจัดงานอย่างยั่งยืน พัฒนา Data, Intelligence และนวัตกรรมขับเคลื่อนการทำตลาด โดยจับมือหน่วยงานภาครัฐเพิ่มความยืดหยุ่นกฎระเบียบการจัดงานต่าง ๆ จากนั้นลำดับต่อไปจะต่อยอดนำผลการศึกษาชุดนี้เป็นกรอบแนวคิดพัฒนาแบรนด์ MaxiMICE Thailand นำแบรนด์ประเทศไทยเติบโตในเวทีโลกอย่างโดดเด่นในอนาคต
สำหรับปี 2569 ทีเส็บกำหนด “วิสัยทัศน์” ให้ประเทศไทยก้าวสู่ผู้นำไมซ์ระดับโลกบนรากฐานที่แข็งแรงในฐานะ “Global-Asia’s Trusted Gateway” หรือ “ประตูสู่เอเชียที่ทั่วโลกให้ความไว้วางใจ” ทำให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยสร้างผลเชิงบวกระดับสูง (High-Impact) ต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการจัดงาน พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าและยั่งยืน โดยใช้กลยุทธ์ “TCEB Go” เพิ่มความแหลมคมและชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ให้สำเร็จ ขานรับปรากฏการณ์ “Sustainable MICE Mega Trends : เมกะเทรนด์ไมซ์ที่ยั่งยืน” เน้น “ส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นจุดแข็งของประเทศไทยสร้างจุดขายระดับนานาชาติ” 3 ส่วนหลัก ดังนี้

ส่วนที่ 1 ผลักดัน ESG (Environmental, Social, Governance) บูรณาการให้อยู่ในทุกงานไมซ์ ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของไมซ์ไทยให้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล สร้างแต้มต่อบ่มเพาะและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง
ส่วนที่ 2 พัฒนา Data, Intelligence และนวัตกรรม ให้เป็นเครื่องมือหลักขับเคลื่อนทั้งการดำเนินงานและการตลาด
ส่วนที่ 3 Fast Track ผ่อนปรนกฎระเบียบและเพิ่มความคล่องตัวในการจัดงานในไทย โดยเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ
ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่า การปรับโฟกัสให้ชัดเจนโดย “ผลักดันอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทย ให้เป็นจุดดึงดูดการจัดงานเชิงธุรกิจ” สอดคล้องกับแนวทางการ “วางนโยบายใหม่” สร้างความคมชัด 2 ด้านหลัก คือ
ด้านที่ 1 “แบรนด์ประเทศไทย” ในเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ สอดรับกับผลการศึกษาของ Brand Insights ที่ทีเส็บได้สำรวจความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและมืออาชีพไมซ์นานาชาติ 568 ราย สะท้อนความต้องการตรงกัน คือ ให้ประเทศไทยนำเสนออุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งชัดเจน เช่น วิทยาศาสตร์การแพทย์ สุขภาวะ การมีอายุยืนยาว (Wellness & Longevity) เทคโนโลยีการเกษตรทันสมัย เทคโนโลยีชีวภาพ และนวัตกรรมด้านอาหารอนาคต เศรษฐกิจสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง การท่องเที่ยวยั่งยืน ดิจิทัลและ AI
ด้านที่ 2 ความยั่งยืน ทีเส็บมุ่งตอบโจทย์เทรนด์สากล โดยได้ศึกษาไว้ด้วยคือ จะต้องได้การรับรองด้วยมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างโปร่งใส
โดยใช้กลยุทธ์ “TCEB Go เป็นกรอบดำเนินงานขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทย “แปลงเป็นแนวคิด : Shift for Impact” เจาะตลาดเป้าหมายในต่างประเทศ “Change for Growth : ขับเคลื่อนตลาดในประเทศและเมืองจุดหมายปลายทาง” ให้เติบโตมีความพร้อม และ “Meaningful Trust : สร้างความไว้วางใจ” ที่มีความหมาย ผ่านมาตรฐาน การบริการ และมีระบบสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม
“จะขับเคลื่อน” แนวคิด Shift for Impact ด้วย 4R คือ Redefine, Regenerate, Reimagine และ Revolutionize เนื้อหาสำคัญคือ “เจาะตลาด” รายอุตสาหกรรมให้ลึกขึ้น “สร้างตลาด” อย่างชาญฉลาดเพื่อใช้ขับเคลื่อนมาตรฐานการจัดอย่างยั่งยืนให้งานได้รับการรับรองความยั่งยืนจากองค์กรภายนอก (Third Party) ที่เชื่อถือได้
เดินหน้าทำ 2 แคมเปญ 1.Road to Net Zero Carbon สนับสนุนการจัดงานด้วยแนวปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน 2.MEET WELL ตอบโจทย์สุขภาวะและความหลากหลายของประสบการณ์เลือกมาจัดงานในไทย
“จะขับเคลื่อน” แนวคิด Change for Growth ด้วย 4D คือ Drive Value, Direct Real Sector, Demand Proactive และ Differentiate เนื้อหาสำคัญคือ 1.กำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่องานไมซ์สามารถสร้างคุณค่าให้กลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด 2.กำหนดธุรกิจที่มีศักยภาพให้ไมซ์ทั่วไทย 5 ภูมิภาค
“ภาคกลาง” เจาะความมั่นคงด้านอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ “ภาคตะวันออก” เจาะ Smart Manufacturing “ภาคเหนือ” เจาะวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ “ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” เจาะการแพทย์และสุขภาวะจากภูมิปัญญาท้องถิ่น “ภาคใต้” เจาะสุขภาวะตลาดพรีเมียม
เดินหน้าทำแคมเปญ “MICE ไทย จัดไปให้สุด ปลุก Demand ทั่วทิศ Develop เศรษฐกิจทั่วไทย” เพื่อส่งเสริมการจัดงานและนิทรรศการการค้าในเมืองระดับภูมิภาคต่างๆ

“จะขับเคลื่อน” แนวคิด Meaningful Trust ด้วย 3P คือ Performance, Partnership และ Prestige เนื้อหาสำคัญคือ 1.มุ่งสร้างความไว้วางใจและร่วมมือกับพันธมิตรหน่วยงานภาครัฐ เพื่อปรับกฎระเบียบที่ส่งเสริมให้การจัดงานสะดวกคล่องตัวขึ้น จูงใจงานและดึงดูดผู้ร่วมงานจากต่างประเทศ เช่น เพิ่มจำนวนรายการสินค้าที่นำเข้ามาแสดงในงานนิทรรศการการค้า ผ่อนปรน Work Permit ให้คนต่างชาติที่เข้ามาจัดงาน ลดหย่อนภาษีการจัดงาน เพิ่มบริการ MICE Fast Track จากเดิมมี 2 สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ตอนนี้ขยายครบ 6 สนามบิน เพิ่ม ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี และจัดทำขอบเขตการว่าจ้างงาน (TOR) อย่างชัดเจนให้ผู้ประกอบการเรื่องการจัดงานอย่างยั่งยืน
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen