TCEB ลั่นพร้อมผนึกทุกภาคส่วนนำอุตสาหกรรมไมซ์ไทย รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง เฝ้าระวัง ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่ง 140 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล กดดันตลาดหดตัวแรง 50% เดินหน้าเสนอสภาพัฒน์พิจารณาแผนช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจไมซ์ 3 มาตรการ “ลดหย่อนภาษี 2 เท่า-ประชุมเมืองไทย พลัส-ไทยแลนด์ แพกเกจ พลัส”

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บตั้งเป้าหมายปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568-30 กันยายน 2569) โดยพร้อมร่วมมือกับภาคีพันธมิตรภายในประเทศและทั่วโลก ผนึกกำลังกันนำอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยสร้างรายได้ทางตรงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประเทศตลอดทั้งปีให้ได้ตามเป้าหมาย 1.63 แสนล้านบาท มีจำนวนนักเดินทางรวม 29.4 ล้านคน แต่“สถานการณ์” ขณะนี้กำลังเกิดเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลางและสหรัฐอเมริกา จึงต้องวางแผนรับมือเหตุการณ์เร่งด่วนเฉพาะหน้าอย่างระมัดระวังพร้อมนำพาอุตสาหกรรมไมซ์ให้ขับเคลื่อนต่อไป ทางทีเส็บได้ตั้งโจทย์จากปัจจัย “ราคาน้ำมันตลาดโลก” เป็นหลัก เพื่อส่งสัญญาณถึงห่วงโซ่ในอุตสาหกรรมไมซ์ที่เกี่ยวข้องแบ่งเป็น 2 กรณี
กรณีที่ 1 “ราคาน้ำมันปรับไปสูงถึง 140 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะส่งผลต่อตัวเลขภาพรวมอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยอาจจะติดลบเกือบ 50 % เพราะราคาน้ำมันเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แล้วก็จะนำไปสู่ “วิกฤตโลก : Global Recession” ทำให้เกิดความปั่นต่อทั้งเศรษฐกิจโลก การเดินทางของภูมิภาค เอเชีย โอเชเนีย ยุโรป อเมริกา ทำให้โลจิสติกส์ทั้งวงจรทั้งภายในประเทศและทั่วโลกเกิดอาการรวนตามไปด้วย
กรณีที่ 2 หากสถานการณ์สู้รบยืดเยื้อ แต่ยังอยู่ในเวลาไม่เกิน 3 เดือน ไมซ์ในไทยอาจจะลบประมาณ 10 % ยกเว้นยาวนานเกิน 3 เดือน ก็จะสร้างความเสียหายที่อาจประเมินได้ค่อนข้างยาก
เนื่องจาก “น้ำมัน” เป็นพลังงานมีส่วนสำคัญอย่างมากกับระบบวงจรโลจิสติกส์ ทั้งการนำคนไปยังสถานที่จัดงาน การขนส่งอาหาร (Catering) เพื่อบริการไมซ์แต่ละงาน เรื่อยไปจนถึงแผนกระจายการจัดงานตามแผนปี 2569 เน้นขยายจากจังหวัดหลักไปสู่เมืองรองเพิ่มขึ้น หากขาดแคลนน้ำมันห่วงโซ่เหล่านี้จะสะดุดทันทีเช่นกัน

ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่า ทีเส็บมุ่งมั่นร่วมกับทุกฝ่ายเฝ้าระวังป้องกันและเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ล่าสุดได้เสนอรัฐบาลผ่านทางไปทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (สภาพัฒน์) พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไมซ์ของไทย 3 มาตรการ ประกอบด้วย
- มาตรการที่ 1 ลดหย่อนภาษีได้ตามจริง 2 เท่า หรือ 200 % จะสามารถเริ่มใช้ได้ตั้งแต่เมษายน 2569 เป็นต้นไป เบื้องต้น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
-กลุ่มแรก จัดงานประชุม สามารถนำค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าลงทะเบียน ค่าห้องพัก ค่ตั๋วโดยสารเครื่องบินเดินทางไปร่วมประชุมตามสถานที่ต่าง ๆ ภายในประเทศ
-กลุ่มที่สอง จัดงานแสดงสินค้า ทั้งผู้นำสินค้ามาจัดแสดงในแต่ละงาน ผู้ร่วมออกบูธเพื่อทำธุรกิจ สามารถนำค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าการเดินทาง ค่าเช่าพื้นที่ ค่าติดตั้งอุปกรณ์บูธ ค่าไฟฟ้า ค่าโฆษณา มาลดหย่อนภาษีได้
-กลุ่มที่สาม เมกะอีเวนต์ เปิดให้ผู้จัดงาน สามารถนำค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าเดินทาง ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าประชาสัมพันธ์สินค้า และอื่น ๆ
- มาตรการที่ 2 เปิดโครงการ “ประชุมเมืองไทย พลัส” กระตุ้นการจัดไมซ์ตลาดในประเทศ จะเริ่มขับเคลื่อนเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป นำร่องจากการรณรงค์ให้กลุ่มสมาคมธุรกิจภาคเอกชนเข้าร่วมโรงการไมซ์ก่อน พร้อมกับนำเสนอรัฐบาลมีนโยบายให้เชิญชวนหน่วยงานรัฐเลือกจัดการประชุมข้ามจังหวัด และข้ามภูมิภาค เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

- มาตรการที่ 3 เปิดโครงการ “ไทยแลนด์ แพกเกจ พลัส” ปลุกกระแสการจัดไมซ์จากตลาดต่างประเทศ จะเริ่มโครงการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยทีเส็บจะร่วมกับสายการบินต่าง ๆ อย่างเช่น การบินไทย และสายการบินนานาชาติที่มีเที่ยวบินตรงเข้าสู่ประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อนำนักเดินทางจากประเทศต้นทางเข้ามาร่วมงานไมซ์ในไทยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่การจับมือกับธุรกิจภายในประเทศกลุ่มที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับอุตสาหกรรมไมซ์ทำราคาโปรโมชั่น ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการ “โรงแรม” นำเสนอที่พักราคาพิเศษ หรือกลุ่มรถบริการขนส่งอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทางประชุมในไทยทำค่าโดยสารจูงใจช่วยกันสร้างตลาดเติบโตอย่างเข้มแข็งท่ามกลางสถานการณ์โลกที่กำลังผันผวนจากปัจจัยต่าง ๆ รอบด้าน
แล้วทีเส็บยังได้เตรียมความพร้อมจัดการประชุมแบบ “Virtual meeting” หรือ “การประชุมออนไลน์” ไว้อีกช่องทางไว้เพื่อรองรับอุตสาหกรรมไมซ์สามารถจัดงานต่อเนื่องได้ ในกรณีหากต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนน้ำมันจนถึงขั้นการเดินทางไปยังสถานที่จัดงานจริงค่อนข้างลำยาก แต่ก็ยอมรับวิธีนี้อาจจะส่งผลกระทบไปถึงแผนกระจายรายได้จากการจัดงานไมซ์ไปสู่ท้องถิ่นจะลดลงด้วย เพียงแต่ยังคงสามารถเชื่อมการทำตลาดไมซ์ของไทยให้ขับเคลื่อนได้ต่อไป ด้วยความมุ่งมั่นนำอุตสาหกรรมไมซ์สร้างเศรษฐกิจไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงยั่งยืน
เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen