ผู้ว่าฯ ททท.ผนึกทีมเอกชนพลิกเกมตลาดท่องเที่ยวไทยฝ่าวงล้อมสถานการณ์ตะวันออกกลาง รับมือ “กรณีฐาน-เลวร้ายสุด” ชู ไทยจุดหมายท่องเที่ยวปลอดภัย ผนวกทำ 4 เรื่อง”ตั้งทีมติดตาม-ปรับกลยุทธ์ตลาด-บริหารเที่ยวบิน-ช่วยแอร์ไลน์ลดต้นทุน” ขับเคลื่อน 2 ทาง “ตลาดในประเทศ” ชงรัฐหนุนเที่ยวไทยคนละครึ่งพลัส “ตลาดต่างประเทศ” ดึงเอเชียดาวรุ่งเสริมทัพ ลุยยุโรป อเมริกา 3 กลยุทธ์ “เลื่อน” ร่วมเทรด/โร้ดโชว์ในตะวันออกกลาง

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.กับสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวเอกชนแกนนำหลัก 10 องค์กร ร่วมหารือกันอย่างใกล้ชิดโดยใช้ศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) เดินหน้าวางกลยุทธ์รับมือ “ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง” ซึ่งขณะนี้เริ่มขยายวงกว้างสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกส่งผลกระทบเชิงลบกับประเทศไทยมากขึ้น จึงต้องมีข้อเสนอและแนวทางมาตรการเสริมสร้างขีดความสามารถทุกภาคส่วนเร่งปรับตัว ช่วยผู้ประกอบการลดผลกระทบดังกล่าว และกำหนดแนวทางการบริหารจัดการท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยประเมินสถานการณ์ (Scenario) ไว้ 2 กรณี คือ 1.กรณีฐาน(Base Case) และ 2.กรณีเลวร้ายสุด (worst case)

ททท.จะทำควบคู่ไปกับ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.การจัดตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง 2.ปรับกลยุทธ์หันมาส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศและภายในภูมิภาคเอเชียเพิ่มขึ้น 3.บริหารจัดการเที่ยวบินให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในและต่างประเทศ 4.การบริหารต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงการขนส่งและโลจิสติกส์การเดินทางท่องเที่ยว

โดยใช้หลัก “ความสมดุล” ผนวกกับ “มาตรฐานที่เหมาะสม” รณรงค์ให้เกิดการเดินทางที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ใช้การสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นเรื่อง “ไทยเป็นจุดหมายการเดินทางที่มีมาตรฐานความปลอดภัย : Safe Destination” เพื่อรักษาห่วงโซ่การท่องเที่ยวตลาดในประเทศและต่างประเทศขับเคลื่อนต่อเนื่องได้ ควบคู่การ “ลดต้นทุน” จากแนวโน้ม “ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบิน” ปรับตัวสูงขึ้นทั้งระบบ ททท.จะนำร่องทำ 2 แนวทาง ได้แก่

แนวทางที่ 1 ตลาดในประเทศ กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว จัดประชุมสัมมนา ภายในประเทศ ด้วยวิธีเลือกเดินทางเป็นหมู่คณะมากขึ้นเพื่อใช้พลังงานอย่างเหมาะสม รวมทั้งจะนำเสนอรัฐบาลให้ท่องเที่ยวสามารถร่วมใช้โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง พลัส” ได้ด้วย

แนวทางที่ 2 ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดระยะไกล (Long haul) ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ “กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง” ต้อง “เลื่อน” งานแฟมทริปและโร้ดโชว์ตามกำหนดเดิมเดือนเมษายน 2569 ไปก่อน เช่น

-งาน The Middle East Trade Meet (MTM) & Maga FAM Trip 2026 วันที่ 20-25 เมษายน นี้ เดิมกำหนดจัดขึ้นในไทย โดยจะเชิญผู้ประกอบการตะวันออกกลางกลุ่มตัวแทนผู้ซื้อท่องเที่ยว 60 ราย เดินทางมาจับคู่เจรจาธุรกิจกับเอกชนไทยกลุ่มตัวแทนขายท่องเที่ยว 80 ราย กระจายตามเมืองท่องเที่ยวหลัก กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่

-งาน Roadshow to Mid East Pre-ATM 2026 วันที่ 27-30 เมษายน นี้ ที่อัล-กอซิม เมืองเจดดาห์ ซาอุดิอาระเบีย เป็นแผนนำเอกชนไทยนัดพบคู่ค้าประเทศในแถบใกล้เคียงก่อนเข้าร่วม Arabian Travel Market : ATM 2026

สำหรับการนำเอกชนไทยเข้าร่วมงาน “Arabian Travel Market : ATM 2026” มหกรรมเทรดท่องเที่ยวขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก ททท.กำลังรอดูสถานการณ์อีกครั้งหลัง RX ผู้จัดงานดังกล่าวเตรียมจะเลื่อนไปจัดระหว่าง 17-20 สิงหาคม 2569 แทนกำหนดเดิมวันที่ 4-7 พฤษภาคม นี้ โดยยังใช้สถานที่จัดงานปกติทุกปีที่ ดูไบ เวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ขณะเดียวกัน ททท.จะเร่งเพิ่ม “ตลาดระยะใกล้” กลุ่มหลักที่แนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเข้ามาเสริมคือ“เอเชียตะวันออก” สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลี ญี่ปุ่น เอเชียใต้จากอินเดีย และอาเซียน ด้วยวิธีจับมือกับประเทศต่าง ๆ ทำตลาดแลกเปลี่ยนการเดินทางระหว่างกันสองทาง (Two-way Tourism Marketing)

ส่วน “ตลาดระยะไกล” ที่ยังมีศักยภาพและคุณภาพอย่างยุโรป จะขับเคลื่อนด้วย 3 กลยุทธ์ ประกอบด้วย

กลยุทธ์ที่ 1 เตรียมปรับแผนใช้งบประมาณโครงการ Thailand Summer Blast” ขณะนี้ยังมีเงินบางส่วนสามารถใช้ได้ถึงเดือนกรกฎาคม นี้ ถ้าไม่พอจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณาขยายกรอบงเงินให้ ททท.จับมือกับสายการบินนานาชาติ นำไปช่วยสนับสนุนต้นทุนค่าโดยสาร กระตุ้นตลาดยุโรปบินมาไทยโดยไม่ต้องน่านฟ้าตะวันออกกลาง สร้างแรงจูงใจสายการบินนำนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่ม

กลยุทธ์ที่ 2 ขับเคลื่อนโครงการให้ต่างชาติซื้อตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศเลือกเดินทางมาไทยแล้ว ได้ตั๋วฟรีบินในประเทศ กระจายท่องเที่ยวไปตามจังหวัดต่าง ๆ ได้ด้วย ภายใต้ Buy International, Free Thailand Domestic Flights

กลยุทธ์ที่ 3 จัด Trade Meet และเข้าร่วมโร้ดโชว์ปกติ ตามโปรแกรมในตลาดที่กำหนดไว้ ทั้ง ยุโรปและอเมริกา หลัก ๆ 4 งาน ได้แก่

“ภูมิภาคยุโรป” มี 2 งาน คือ Amazing Thailand Health and Wellness Trade Meet 2026” วันที่ 23 เมษายน นี้ จัดที่โรงแรมเมอเวนพีค สุขุมวิท จะผู้ประกอบการยุโรปตัวแทนผู้ซื้อมาจับคู่ธุรกิจกับเอกชนไทย 80 ราย และ Amazing Thailand Roadshow to UK 2026” วันที่ 19-21 พฤษภาคม นี้ ที่สหราชอาณาจักร

“ภูมิภาคอเมริกา” มี 2 งาน คือ Amazing Thailand Roadshow to US & Canada 2026” ช่วงวันที่ 7-13 เมษายน นี้ ตามพื้นที่เป้าหมาย กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ลอสแองเจลิส แวนคูเวอร์/แคนาดา และ Amazing Thailand (Post-ILTM) Latin America Roadshow 2026” ช่วงวันที่ 8-13 พฤษภาคม นี้ กระจายไปตามพื้นที่ตลาดต่าง ๆ ได้แก่ เซาเปาโล/บราซิล) โบโกตา/โคลอมเบีย และเม็กซิโกซิตี้

ททท.พร้อมนำพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศปี 2569 ฝ่าวงล้อมความท้าทาย เพื่อทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายของนักเดินทางในประเทศและทั่วโลกด้วยมาตรฐานความปลอดภัยเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติเข้มแข็งมั่นคงให้มากที่สุดต่อไป

เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน