TCEB ลุยพันธกิจ Trust Meaningful สร้างเชื่อมั่นอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยในตลาดโลก แจกข่าวดีปลดล็อก 4 เรื่อง “Work Permit-นำเข้าสินค้าตัวอย่างอาหารและยาได้ 2 เท่า-ลดภาษี200%-ซอฟท์โลน SME D BANK” เสนอรัฐบาลใหม่ 4 มาตรการ “เงินทุน-แพกเกจลดหย่อนภาษี-งบผลิตมืออาชีพ-หนุนไทยศูนย์รวม World Global ดึงงานไมซ์โลกหลั่งไหลเข้าประเทศ”

นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต รองผู้อำนวยการ ด้านบริหารและพัฒนาองค์กร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บขับเคลื่อน Trust Meaningful เป็นกลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นให้อุตสาหกรรมไมซ์ของไทย ยกระดับมูลค่าอย่างยั่งยืนเพื่อให้ผู้ที่นำงานไมซ์ทุกประเภทมาจัดในไทยได้รับประโยชน์เชิงคุณค่ามากที่สุด ตลอดปี 2569 พร้อมดึงดูดตลาดทั่วโลกเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางนำอุตสาหกรรมไมซ์นำงานระดับนานาชาติเข้ามาจัดอย่างเต็มที่โดยทีเส็บได้เดินหน้า “ปลดล็อก” อุปสรรคต่าง ๆ แล้ว 4 เรื่อง คือ
- เรื่องที่ 1 ต่างชาติไม่ต้องยื่นขอใบอนุญาตทำงานในไทย (Work Permit) กรณีเข้ามาจัดงานไม่เกิน 15 วัน ที่เกี่ยวข้องกับไมซ์ ทั้งประชุมสัมมนา คอนเสิร์ต เฟสติวัล เพียงแต่จะต้องแสดงหลักฐานยืนยันอ้างอิงจากทีเส็บ หน่วยงานภาครัฐ และจังหวัดเจ้าภาพจัดงาน เพื่อรับการยกเว้นตามสิทธิ์ดังกล่าว เช่น การเข้ามาทำงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 : Udon Thani International Horticultural Expo 2026 ระหว่าง 1 พฤศจิกายน 2569- 14 มีนาคม 2570 บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ อ.เมืองอุดรธานี จะเกิดการจ้างงานคนจำนวนมาก ช่วยอำนวยความสะดวกให้เอกชนทั่วโลกจ้างงานใหม่เกิดขึ้น

- เรื่องที่ 2 ปลดล็อกรายการสินค้าหรือนำเข้าอุปกรณ์มาจัดแสดงสินค้า หมวดใหญ่ ได้แก่ งานแสดงสินค้าอาหารและยา ขณะนี้องค์การอาหารและยา (อย.) อนุญาตให้นำสินค้าตัวอย่างเข้ามาได้แล้ว 2 เท่า
- เรื่องที่ 3 ขอลดหย่อนภาษีให้อุตสาหกรรมไมซ์ได้ 200 % เนื่องจากขณะนี้ธุรกิจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง รวมทั้งต้นทุนสูงขึ้นจากปัจจัยอื่น ๆ กับช่วยส่งเสริมการจัดงานต่าง ๆ อย่างยั่งยืน
- เรื่องที่ 4 แหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ทีเส็บมีข่าวดีมอบให้ผู้ประกอบการไมซ์ทุกกลุ่ม โดยจะจับมือกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ปล่อยสินเชื่อหรือวงเงินกู้ดอกเบี้ยถูกกว่าอัตราตลาดปกติ เตรียมเปิดตัวโครงการในงาน Thailand MICE Week 2026 ระหว่าง 28-30 เมษายน 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เน้นเป้าหมาย 3 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มที่ 1 สถานที่จัดประชุม/Venue ต้องการ “นำเงินไปทำโครงการ” พลังงานสะอาด ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งมีต้นทุนสูง ทีเส็บจึงได้ประสานทางธนาคารเข้ามาให้ความช่วยเหลือปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ
กลุ่มที่ 2 ออร์กาไนเซอร์/ผู้จัดงาน “ต้องมีเงินมัดจำ” การจัดงานขนาดใหญ่แต่ละครั้งจำเป็นจะต้องมีเงินทุนหมุนเวียนไว้จ่ายค่าสถานที่ล่วงหน้าเป็นปีและราคาค่อนข้างสูง เพื่อให้การจัดงานมีขนาดใหญ่ขึ้น เพิ่มจำนวนงานเติบโตตามมาด้วย
กลุ่มที่ 3 ผู้จัดงานแสดงสินค้า (Exhibitor) ต้องการ “เงินสำรอง” เพื่อนำไปจ่ายล่วงหน้าก่อนทำงาน (upfront) เมื่อกู้เงินธนาคารได้ ก็สามารถนำไปจ่ายออร์กาไนเซอร์เพื่อให้นำจ่ายมัดจำให้สถานที่จัดงาน เป็นวงล้อให้เงินหมุนในระบบอย่างคล่องตัว
นายสราญโรจน์ กล่าวว่า ผู้นำทีเส็บยังได้เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่พิจารณาช่วยเหลืออุตสาหกรรมไมซ์ของไทยในจังหวะที่สถานการณ์ในประเทศและทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสงครามด้าน “ราคาพลังงาน” พุ่งอย่างรวดเร็วทำให้ “ต้นทุน” ทั้งระบบเพิ่มสูงมาก งานไมซ์จึงมีแนวโน้มสูงเสี่ยงจะโดนยกเลิก เพื่อร่วมกันรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยในตลาดโลกไว้อย่างแข็งแกร่ง จึงขอให้พิจารณาหลัก ๆ เพิ่มอีก 4 มาตรการ ประกอบด้วย

- มาตการที่ 1 “เงินทุน” ช่วยแบ่งเบาภาระราคาพลังงานเป็นแรงผลักให้ต้นทุนในอุตสาหกรรมไมซ์สูงขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้เจ้าของแต่ละงานไม่ยกเลิกมาจัดงานในไทย
- มาตรการที่ 2 “ภาษี” อนุมัติให้ทำแพกเกจจัดงานในอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งหมดนำไปลดหย่อนได้ 200% หรือ Tax Incentives ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเน้นการให้ที่มิใช่ภาษีอากร เพื่อสนับสนุนโครงการทำ Smart Venue ให้เป็นสถานที่จัดประชุมดูแลสิ่งแวดล้อมตามรูรูปแบบรักษ์โลกอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความสำคัญเพราะจะเป็นห่วงโซ่ทำให้เกิดการประหยัดพลังงาน ความยั่งยืน ต่อเนื่องระยะยาว ลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ลดขยะเป็นศูนย์ (zero Waste) ต่อเนื่องไปถึงการใช้ระบบขนส่งในวงจรงานไมซ์ต่าง ๆ
- มาตการที่ 3 “งบประมาณสนับสนุน” การฝึกอบรมบุคลากรผลิตมืออาชีพสู่อุตสาหกรรมไมซ์ จะต้องมีทักษะสูงด้านภาษา ดิจิทัล เทคนิคต่าง ๆ ก้าวจะไปรับงานระดับนานาชาติเข้ามาจัดในไทย เพิ่มจำนวนงานไมซ์อินเตอร์เนชั่นแนลมากขึ้น พร้อมกับให้ความสำคัญ ส่งต่อ เพื่อทำให้เห็นความสำคัญภาคบริการเต็มรูปแบบ นอกเหนือจากความเป็นฮอสพิทาลิตี้ของคนไทย ซึ่งการประมูลแต่ละงานระดับโลกต้องใช้ “เงินทุน-แรงงาน-เครือข่าย” สูงรอบด้าน
- มาตการที่ 4 สนับสนุน World Global การดึงงานระดับโลกเลือกไทยเป็นจุดหมายอย่างแท้จริง เช่น งานเอ็กซโป การประมูลแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ แต่ละครั้งไทยจะต้องใช้เวลาเตรียมงาน 3-5 ปี แล้วทุกภาคส่วนทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องต้องทำร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลยุทธ์ ขับเคลื่อน และสนับสนุนเชิงรุกอย่างชัดเจนทั้งระยะสั้นและระยะยาว
นายสราญโรจน์ย้ำว่า “อุตสาหกรรมไมซ์” ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญและพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ จาการเปิดตลาดผู้ซื้อพบผู้ขายทำให้เกิดการใช้จ่ายเงินจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้าสู่ไทย สร้างวงรอบเศรษฐกิจ การจ้างงานใหม่ ๆ กระจายไปยังอุตสาหกรรมหลากหลายทั้ง การบิน โลจิสติกส์ ดิจิทัล/เทคโนโลยี อาหาร เกษตรกรรม และอีกมากมาย
เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen