วันนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าของ ธุรกิจโฆษณา รายหนึ่ง ออกมาเปิดเผยเหตุการณ์สุดช็อก หลังตรวจพบความผิดปกติทางการเงินภายในบริษัทของตนเอง จนนำไปสู่การพบธุรกรรมต้องสงสัยจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 30 ล้านบาท
โดยเจ้าของธุรกิจระบุว่า พบพฤติการณ์ของพนักงานบางรายที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำเอกสารและธุรกรรมทางการเงิน มีการทำธุรกรรมผ่านธนาคารโดยใช้เอกสารที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงลายมือชื่อที่ไม่ตรงกับลายเซ็นจริงของกรรมการบริษัท
นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติหลายประเด็น อาทิ
* เช็คไม่มีลายเซ็น แต่สามารถนำไปขึ้นเงินได้
* มีการใช้เอกสารใบแจ้งหนี้ที่ไม่ถูกต้องประกอบธุรกรรม
* ลายเซ็นปลอมถูกนำไปใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงิน
* มีการสลักหลังเช็ค และโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลที่เกี่ยวข้อง
เจ้าของธุรกิจเผยว่า ธุรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี โดยที่ตนเองไม่เคยรับรู้มาก่อน จนกระทั่งตรวจพบความผิดปกติและเริ่มรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สร้างความสงสัยคือ ในขณะที่บริษัทเป็นฝ่ายได้รับความเสียหาย กลับถูกดำเนินคดีจากทางธนาคารในภายหลัง ทำให้เกิดคำถามถึงกระบวนการตรวจสอบเอกสาร และขั้นตอนการอนุมัติธุรกรรมทางการเงิน
ทั้งนี้ เจ้าของธุรกิจได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการทั้งหมด โดยคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหมาย