ชลประทานจับมือ UNDP เชื่อมคู่ค้า พลิกโฉมเกษตรยม-น่าน รับมือวิกฤตภูมิอากาศ ในเวทีจับคู่ธุรกิจและสร้างความร่วมมือด้านเกษตรกรรมที่สามารถรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำยม-น่าน
วันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมคอนเวนชั่น ฮอลล์ โรงแรมเดอะอิมพิเรียล โฮเทล คอนเวนชั่น จังหวัดพิษณุโลก นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ร่วมเป็นเจ้าภาพ และกล่าวต้อนรับในงาน “เวทีจับคู่ธุรกิจและสร้างความร่วมมือด้านเกษตรกรรมที่สามารถรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำยม-น่าน”
โดยมีนางนีฟ คอลิเออร์-สมิท ผู้แทนจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยนางสาวลภิณโกร์ จาตะวงษ์ ผู้แทนจากกรมชลประทาน คณะผู้บริหารจากสำนักงานชลประทานที่ 3 ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยนเรศวร รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และสถาบันการศึกษา จากจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ พื้นที่ลุ่มน้ำยม-น่าน ซึ่งครอบคลุมจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ เป็นแหล่งผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของประเทศ แต่กำลังเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ภูมิอากาศที่แปรปรวน ทั้งภัยแล้งและอุทกภัยที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จึงจำเป็นต้องพัฒนาแนวทางการเกษตรที่ยืดหยุ่น โดยอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการเชื่อมโยงตลาดและแหล่งทุน

สำหรับการจัดเวทีในครั้งนี้ มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างเครือข่าย และการต่อยอดความร่วมมือระหว่างเกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับศักยภาพภาคเกษตรกรรม และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน การดำเนินงานในครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ทั้งด้านการลงทุน การพัฒนาตลาด และการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตร อันจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรกรรมไทยในระยะยาวต่อไป

ในช่วงเช้ามีการกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง การรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเกษตรกร โดยมุ่งเน้นไปที่ ความรับผิดชอบร่วมกันในทุกภาคส่วน ทั้งทางฝั่งของกรมชลประทานและเกษตรกร ต่างต้องร่วมมือกันเพื่อลดความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งเสริมด้วย เรื่อง การบริหารจัดการน้ำในฐานะรากฐานของการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเกษตรกร และการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจากฝั่งของเกษตรกร
ต่อมาเข้าสู่ช่วงเวทีเสวนานำเสนอผลิตภัณฑ์โดยตัวแทนเกษตรกรภายใต้หัวข้อ “จากผลิตภัณฑ์สู่ความร่วมมือ” เพื่อนำเสนอผลงานการผลิตของเหล่าเกษตรกรสามจังหวัด โดยมีทั้งหมด 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบด้านอาหาร กลุ่มผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบที่ไม่ใช่อาหาร และ ประเภทงานหัตถกรรม ก่อนที่ช่วงบ่ายจะเข้าสู่ช่วงประชุมย่อย การจับคู่ธุรกิจ การสร้างความร่วมมือด้านการขยายตลาด และการสนับสนุนด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์จากกลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจ การสร้างเครือข่าย และการพัฒนาความร่วมมือในการเสริมสร้างศักยภาพด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการขยายตลาดของเกษตรกรในพื้นที่โครงการอย่างเป็นระบบ

เมื่อสิ้นสุดกิจกรรมช่วงบ่าย จะเป็นการสรุปประเด็นสำคัญและแนวทางการดำเนินงาน โดยนางสาวรุ่งชลัย ปุณณินท์ ทีมที่ปรึกษาโครงการ และกล่าวปิดงานโดยนางสาวลภิณโกฬร์ จาตะวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์เศรษฐกิจ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ กรมชลประทาน เป็นอันสิ้นสุดกิจกรรม
กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานให้แก่เกษตรกรลุ่มน้ำยม-น่าน ในการเผชิญหน้ากับความท้าทายของโลกยุคใหม่ ความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาในวันนี้ จะกลายเป็นกลไกหลักที่ช่วยขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมไทยให้สามารถปรับตัวได้อย่างเข้มแข็ง ยืดหยุ่น และเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มั่นคงสืบต่อไป