ปลัดกห. ตรวจศูนย์สร้างอาวุธ ชูอุตสาหกรรมป้องกันประเทศพึ่งพาตนเอง หนุนความมั่นคง-พิทักษ์อธิปไตยชาติ

5 มิถุนายน 2569 – พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร โดยมี พล.ท.รณรงค์ โรจนเสน ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ให้การต้อนรับ

ในการนี้ ปลัดกระทรวงกลาโหมได้เยี่ยมชมสายการผลิตอาวุธประจำกาย การทดสอบยิงอาวุธ การซ่อมปรับปรุงเครื่องยิงลูกระเบิดและปืนใหญ่ ตลอดจนเยี่ยมชมผลงานวิจัยยุทโธปกรณ์ และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิตกระสุนปืนใหญ่ เพื่อรองรับความต้องการด้านความมั่นคงของประเทศในการพึ่งพาตนเองด้านการป้องกันอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ พร้อมพบปะและขอบคุณกำลังพลที่ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็ง

ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่ผลิต ซ่อมสร้าง ปรับปรุง และพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ภายในประเทศ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของชาติและลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีขีดความสามารถครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การผลิต การซ่อมบำรุง การปรับปรุงยุทโธปกรณ์ ไปจนถึงการทดสอบมาตรฐานอาวุธและกระสุน

จากข้อมูลการผลิตประจำปี พบว่าหน่วยงานมีศักยภาพในการผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่อาวุธประจำกาย อาวุธสนับสนุน เครื่องช่วยฝึก กระสุน และระบบอาวุธสำคัญต่าง ๆ โดยสามารถผลิตปืนเล็กยาวและอาวุธสำหรับการฝึกได้หลายพันกระบอกต่อปี ผลิตเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60, 81 และ 120 มิลลิเมตร รวมกว่า 500 กระบอกต่อปี ผลิตและปรับปรุงปืนใหญ่ขนาด 105 มิลลิเมตร รวมทั้งพัฒนาระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางและเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยางที่มีความทันสมัย เพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ

นอกจากนี้ ยังมีขีดความสามารถในการผลิตกระสุนเครื่องยิงลูกระเบิดและกระสุนปืนใหญ่รวมมากกว่า 80,000 นัดต่อปี ตลอดจนดำเนินโครงการปรับปรุงและยกระดับยุทโธปกรณ์ที่ประจำการอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รองรับการใช้งานในระยะยาว และสอดคล้องกับความต้องการของกองทัพในปัจจุบัน

ขีดความสามารถดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของที่สามารถผลิต ซ่อมสร้าง และพัฒนายุทโธปกรณ์สำคัญได้ด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีภายในประเทศ ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ ลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาจากต่างประเทศ รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภาวะวิกฤตได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย สร้างความเชื่อมั่นว่ากองทัพไทยมีความพร้อมในการดูแลรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน