กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ายกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เปิดโครงการ “รถการแพทย์พระราชทาน และหมอเพื่อประชาชนในพื้นที่ห่างไกล” นำทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้บริการตรวจรักษาเชิงรุกถึงชุมชน ช่วยลดภาระการเดินทางและค่าใช้จ่ายของประชาชน พร้อมพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนและกลุ่มเปราะบางทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้โครงการยังได้ให้บริการตรวจสุขภาพและคัดกรองโรคเบื้องต้นเพื่อช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยและป้องกันโรคร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งให้ความรู้ด้านสาธารณสุขเพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองและป้องกันโรคได้ในระยะยาวอีกด้วย

พิธีเปิดโครงการจัดขึ้น ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมี นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วย นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์เข้าร่วมในพิธี ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธี และมี นายแพทย์วรภัคธรณ์ ก้องเปสลาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน เป็นผู้กล่าวรายงานถึงเป้าหมายสำคัญของโครงการในการดูแลสุขภาวะทั้งของประชาชนทั่วไปและผู้ติดยาและสารเสพติด
ในส่วนของภาคปฏิบัติการและกลไกสำคัญในพื้นที่ นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ ได้มอบหมายให้ นายแพทย์วรภัคธรณ์ ก้องเปสลาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน ขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเข้มข้นในพื้นที่ โดยนายแพทย์วรภัคธรณ์ ก้องเปสลาพันธ์ จึงได้พัฒนาโครงการนี้ต่อยอด โดยนำรถพระราชทานที่ได้รับมอบในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาปรับโฉมเป็นหน่วยบริการทางการแพทย์เคลื่อนที่สมบูรณ์แบบ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ที่ทันสมัยและระบบแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เชื่อมต่อกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทลายข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ มุ่งเน้นรวบรวมบริการทางการแพทย์ที่สำคัญได้แก่ ขั้นตอนการตรวจคัดกรอง วินิจฉัย และจ่ายยาไว้บนรถคันเดียว เพื่อมอบการบริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) และสร้างความคล่องตัว สะดวกสบายแก่ประชาชนผู้มารับบริการ

วัตถุประสงค์หนึ่งที่สำคัญของภารกิจเชิงรุกในครั้งนี้ ซึ่งนอกเหนือจากการให้บริการประชาชนทั่วไปแล้ว คือ การให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ป่วยยาเสพติดในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่มักถูกทอดทิ้งและเข้าไม่ถึงระบบสาธารณสุข โดยโรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอนมุ่งมั่นที่จะเข้าไปดูแลเยียวยาคนกลุ่มนี้ ให้ได้รับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างอบอุ่นตามมาตรฐาน เฉกเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป เพื่อผลักดันและฉุดรั้งให้พวกเขสามารถก้าวพ้นจากขุมนรกของการตกเป็นทาสยาเสพติด ยุติวงจรความสูญเสียทั้งต่อชีวิตตนเองและครอบครัว พร้อมเปิดโอกาสให้พวกเขากลับคืนสู่สังคม รื้อฟื้นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิใจ ทั้งยังส่งทีมติดตามผลการรักษาเชิงลึกในชุมชนเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนชายขอบให้มีความปลอดภัยและยั่งยืน

เพื่อสนับสนุนการทำงานในระดับนโยบายและการกระจายความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ ได้ผลักดันแนวคิดการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยระบุว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่ห่างไกลที่มีข้อจำกัดวิกฤตด้านภูมิประเทศและการเดินทาง กรมการแพทย์จึงได้เล็งเห็นข้อจำกัดนี้และสนับสนุนรถการแพทย์พระราชทานจำนวน 2 คัน ออกปฏิบัติการเชิงรุกร่วมกับโรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอนและเครือข่ายสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการตรวจรักษา คัดกรองโรคเรื้อรัง และติดตามการรักษาได้ใกล้บ้าน ซึ่งช่วยลดอัตราการสูญเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ กรมการแพทย์ยังมีแผนขยายรูปแบบการให้บริการของรถการแพทย์พระราชทานนี้ไปยังพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ โดยปรับแต่งระบบและเครื่องมือแพทย์ให้สอดคล้องกับบริบทความจำเป็นของแต่ละพื้นที่ รถคันนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ยานพาหนะ แต่คือสัญลักษณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณที่เติมเต็มความหวัง สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนกล้าเปิดใจเข้ารับการรักษา และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสาธารณสุขอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
ขณะเดียวกัน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ร่วมสนับสนุนการบูรณาการในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง โดยกล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ประชาชนอาศัยกระจายอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร ส่งผลให้การเดินทางเข้ารับบริการทางการแพทย์เป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในฤดูฝน การนำรถการแพทย์พระราชทานและระบบเทคโนโลยีแพทย์ทางไกลเข้ามาให้บริการร่วมกับโครงการหมอเพื่อประชาชนในครั้งนี้ จึงเป็นการยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ตรงจุดและทันการณ์ ช่วยให้ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยทุกกลุ่มรวมถึงผู้เผชิญปัญหายาเสพติดได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง โดยทางจังหวัดพร้อมบูรณาการการออกหน่วยร่วมกับเครือข่ายสาธารณสุขตลอดทั้งปี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ทำให้นโยบายการแพทย์เชิงรุกนี้สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ บรรเทาความสูญเสีย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนอย่างยั่งยืน