รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดลำปาง เพื่อมอบนโยบายหนุนสหกรณ์เข้มแข็ง ยกระดับการผลิต เพิ่มรายได้เกษตรกรด้วยเทคโนโลยี ณ สหกรณ์การเกษตรห้างฉัตร จำกัด อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดลำปาง เพื่อมอบนโยบายด้านการเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพบปะเกษตรกร เยี่ยมชมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรห้างฉัตร จำกัด และมอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร โดยมี นายกุลธร รัตนเสรี ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา นายอาทิว ทุ่งเจ็ด ผู้อำนวยการโครงการชลประทานลำปาง หัวหน้าฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ ร่วมให้การต้อนรับ ณ สหกรณ์การเกษตรห้างฉัตร จำกัด อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขับเคลื่อนการพัฒนาภายใต้แนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยมุ่งดำเนินงานตามนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การเพิ่มรายได้เกษตรกร การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผ่านการ Reskill และ Upskillการใช้ตลาดนำการผลิตและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน พร้อมได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันสหกรณ์ให้เป็นศูนย์กลางการรวบรวมผลผลิต การแปรรูป และการตลาด เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการผลิต การวางแผนและ การบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ สำหรับ สหกรณ์การเกษตรห้างฉัตร จำกัด เป็นสหกรณ์หลักระดับอำเภอ และเป็นสหกรณ์แห่งเดียวในจังหวัดลำปางที่มีโรงสีข้าวและจำหน่ายข้าวสารทั้งข้าวขาวและข้าวสี โดยในปีที่ผ่านมาได้รวบรวมข้าวเปลือกจากสมาชิกประมาณ 7,000 ตัน และแปรรูปเป็นข้าวสารกว่า 717 ตัน พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์เด่น ได้แก่ ข้าวสายน้ำแร่แจ้ซ้อน และข้าวประณีต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตของสมาชิก นอกจากนี้ โรงสีข้าวของสหกรณ์ยังได้รับมาตรฐาน GHPs, HACCP, อย. มอก. และมาตรฐานโรงสีสีเขียวสหกรณ์ รวมทั้งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เช่น เครื่องคัดแยกเมล็ดข้าวด้วยระบบยิงสี และเครื่องกำจัดมอดด้วยคลื่นความถี่วิทยุ UTD RF (BiO-Q) เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันสหกรณ์มีสมาชิก 2,404 คน ทุนดำเนินงานประมาณ 480 ล้านบาท และดำเนินธุรกิจครบวงจร ทั้งด้านสินเชื่อ เงินฝาก การจัดหาสินค้ามาจำหน่าย การรวบรวมและแปรรูปผลผลิต รวมถึงจัดสวัสดิการสมาชิก สะท้อนบทบาทของสหกรณ์ในการเป็นศูนย์กลางพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรของจังหวัดลำปางให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
