ไร่ชาเขียวขจี (ภาพ: People’s Daily)
บริเวณเชิงเหนือของเทือกเขาต้าเปี๋ยซาน ริมทะเลสาบหนานวาน เมืองซิ่นหยาง มณฑลเหอหนาน เป็นแหล่งกำเนิดของ “ซิ่นหยางเหมาเจียน” ชาชื่อดังของจีนมาอย่างยาวนาน แต่ในอดีต เกษตรกรจำนวนมากต้องนำชาไปขายที่ตลาดกลางดึก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ตลาดผี” เพื่อหวังขายได้ราคาดี แม้จะเฝ้ารอจนถึงรุ่งเช้า บางครั้งชาก็ยังขายไม่หมด
เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมชา ซิ่นหยางได้เร่งพัฒนาการผลิตควบคู่กับการสร้างแบรนด์ โดยส่งเสริมโรงงานผลิตมาตรฐาน การตรวจสอบคุณภาพ และระบบตรวจสอบย้อนกลับด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ทำให้ชาทุกกล่องมี “บัตรประจำตัวดิจิทัล” ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ พร้อมนำโดรนมาใช้ขนส่งชาในพื้นที่ภูเขา ช่วยลดระยะเวลาการขนส่งในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวลงร้อยละ 30

ประชาชนและนักท่องเที่ยวเที่ยวชมหมู่บ้านชาเหวินซิน (ภาพ: People’s Daily)
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการบริหารจัดการไร่ชาแบบรวมศูนย์ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการพัฒนามาตรฐานการผลิต ทำให้เกษตรกรสามารถยกระดับทั้งคุณภาพและมูลค่าของผลผลิต พร้อมขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ข้อมูลจากศุลกากรเจิ้งโจวระบุว่า ปี 2025 ซิ่นหยางมีมูลค่าการส่งออกชามากกว่า 100 ล้านหยวน โดยกว่า 70% มาจากเขตซือเหอ
ซิ่นหยางยังต่อยอดอุตสาหกรรมชาสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผ่านการพัฒนา “หมู่บ้านชาเหวินซิน” ซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 4A ของจีน ภายในมีทั้งไร่ชา จุดชมวิว พิพิธภัณฑ์ชา กิจกรรมชงชา และผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ เช่น ชานม ไอศกรีม และเบียร์รสเหมาเจียน ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 60,000 คนต่อวัน และช่วยสร้างรายได้ให้หมู่บ้านโดยรอบ

นักท่องเที่ยวกำลังเลือกซื้อชานมเหมาเจียน (ภาพ: People’s Daily)
ปัจจุบัน ซิ่นหยางมีพื้นที่เพาะปลูกชากว่า 2.16 ล้านหมู่ (ราว 9 แสนไร่) และสร้างมูลค่าอุตสาหกรรมชารวมกว่า 50,000 ล้านหยวนต่อปี ในระยะต่อไป เมืองจะเดินหน้าพัฒนาสวนชาอัจฉริยะ วิจัยสายพันธุ์และเทคโนโลยีแปรรูป ควบคู่กับการส่งเสริมวัฒนธรรมชาและการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับ “ซิ่นหยางเหมาเจียน” ให้เป็นแบรนด์ชาระดับสากลต่อไป

พิพิธภัณฑ์ชาซิ่นหยางเหมาเจียน (ภาพ: People’s Daily)
ที่มา People’s Daily