เครือข่ายฯ ต้านบุหรี่ ปลุกพลังชวน อินฟลูฯ สายสุขภาพ ขยายเครือข่าย จากความรู้สู่การขับเคลื่อนนโยบาย ปกป้องสังคม วางกรอบมาตรฐาน กฎระเบียน คุมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการขายและการโฆษณาแฝงบุหรี่ไฟฟ้า ยกระดับการป้องกันความเสี่ยงบนโลกดิจิทัล ถอดกับดักนิโคติน เสพติด จน ตาย
ผศ.ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่ อาจารย์ประจำกลุ่มวิชาสหวิทยาการและการศึกษาตลอดชีวิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในเวที “ถอดรหัสบุหรี่ไฟฟ้า : ผลิตภัณฑ์ลวงตา สื่อลวงใจ กลยุทธ์ขายฝัน และความจริงที่สังคมต้องรู้ (BEHIND THE VAPE)” ภายในงานประชุมวิชาการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ซึ่งจัดโดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ถึงกลยุทธ์ทางการตลาด บุหรี่ไฟฟ้า ที่ไม่ได้ขายบุหรี่อย่างตรงไปตรงมาอีกต่อไปแล้ว ไม่ได้ขายสินค้าเสพติด สินค้านิโคติน แต่การตลาดบุหรี่ไฟฟ้าได้เข้าไปอยู่ในฟีดของผู้คน
“บุหรี่ไฟฟ้าสร้างภาพให้เป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัย มีไลฟ์สไตล์ มีตัวตน เสรีภาพ landscape บุหรี่ไฟฟ้า จึงหันไปโฆษณาผ่านอินฟูฯ ใน Tiktok และ Youtube โดยผู้ชมอาจไม่รับรู้ว่า คอนเทนท์ที่ชม คือ การตลาดแฝงขายของ เพราะสนุก และดูแนบเนียนมาก เรียกว่า Invisible Marketing หรือการตลาดที่มองไม่เห็น” ผศ.ดร.ศรีรัช ยังชี้ให้เห็นอีกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีการไลฟ์สดใน Tiktok ฉะนั้น ที่บอกว่า ไทยมีกฎหมาย ทำไม่ได้ ปรากฏว่า วันนี้ทำได้ทุกอย่าง แจกบุหรี่ไฟฟ้า แจกส่วนลดสินค้า ของแถม
เมื่อพอตไม่ใช่การสูบอีกต่อไป
การโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้าที่ใช้ Lifestyle Marketing ผศ.ดร.ศรีรัช มองว่า ทำให้การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องปกติ (Normalization) ใครๆก็ทำ มองสินค้าเสพติดเป็นเรื่องปกติ
“ปัจจุบันพอตไม่ใช่การสูบอีกต่อไป เป็นพอตจมูก กลิ่นมะลิ ไม่ใช่กลิ่นสตอเบอรี่ มีพอตยาดม สินค้าเสพติดไปถึงตรงนี้แล้ว ถามว่า ประเทศไทยไปถึงจุดไหน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมี Nicotine Pouch ขนาดตลับเท่าลูกอม ไม่มีกลิ่น ไม่มีควัน แล้วพ่อแม่ผู้ปกครอง หรือผู้มีหน้าที่ตรวจจับ จะดูออกได้อย่างไร กลยุทธ์ทางการตลาดเหล่านี้ คือ สาเหตุที่เด็กไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 5 เท่า (กว่า6 แสนคน) ระบาดหนักในเด็กไทย และเข้าขั้นวิกฤติแล้ว”
เภสัชกรพงษ์ศิวะ กู่นอก ผู้แทนจาก สภาเภสัชกรรม กล่าวถึงพิษร้ายแรงของบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพและเสียชีวิตจำนวนมาก และเพิ่มขึ้นทุกปี โดยมี 4 ตัวแปรสำคัญคือ ร้านขายยา ผลิตภัณฑ์ กลุ่มเสี่ยง และเครื่องมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล ข้อมูลถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็ว และมีการเชิญชวนผ่านโฆษณาแฝง หลากหลายรูปแบบ
เภสัชกรพงษ์ศิวะ กล่าวถึงกลไกการทำงานของสภาเภสัช คือ การสร้างเครือข่ายปกป้องนิโคตินบุหรี่ไฟฟ้า นำเสนอกลไกการต่อต้านบุหรี่ผ่านอินฟลูเอนเซอร์ในเครือข่าย ที่พร้อมให้ข้อมูล ความรู้พิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า ใช้บทบาทของสภาเภสัชกร เป็นตัวสื่อสารเน้นไปที่ออนไลน์ โดยเชิญชวนให้อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมเป็นเครือข่ายปกป้องชีวิตและสุขภาพด้วยการไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านแคมปญ อินโฟกราฟฟิค และข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพ โดยอินฟลูเอนเซอร์ และ Content Creater ผ่านช่องทางออนไลน์ 3 แพลตฟอร์ม IG Tiktok และ Facebook
นายทัศวัศ ทัศนไตรลักษณ์ ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA กล่าวถึงบทบาทของ ETDA ในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล จัดการบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ โดยบทบาท 1212 ETDA เป็นศูนย์รับแจ้งเบาะแส ซึ่งเป็นกลไกสำคัญด้านดิจิทัลในการเฝ้าระวัง รับแจ้งเหตุ ประสานงาน และสร้างภูมิคุ้มกัน ที่ได้ดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับโลกดิจิทัลไทย รวมถึงบูรณาการความร่วมมือและเชิงเทคนิค และสนับสนุนแผนปฎิบัติการของรัฐบาล
“บุหรี่ไฟฟ้ามีโทษทางกฏหมายอาญา” ซึ่งในกฎหมายยังได้มีประกาศหลักเกณฑ์เพิ่มเติม ออกมาว่าผู้ให้บริการ E-Marketplace ทั้ง Shopee Lazada ที่เราประกาศรายชื่อชัดเจน ว่าจะต้องมีหน้าที่เพิ่มเติม คือ ถ้ามีการขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ อย.และ สคบ. เมื่อมีการโพสต์สินค้าเหล่านี้ หน้าที่ให้แพลตฟอร์มต้องมีหน้าที่เพิ่มเติมคือ ต้องยืนยันตัวตนร้านค้า ตรวจสอบสินค้าว่า เป็นสินค้าต้องห้ามหรือไม่ ได้รับอนุญาตหรือไม่ และต้องมีวิธีการให้ร้านค้าแสดงเครื่องหมายหรือใบอนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวกับสินค้า เช่น ใบอนุญาต จาก อย. สคบ. รวมถึงถ้าเกิดเหตุกรณีพบว่า มีสินค้า ต้องห้ามเกิดขึ้น ต้องมีระบบการแจ้งเหตุ และการดำเนินการในการนำสินค้าออกจากร้านบนแพลตฟอร์มเพื่อนำสินค้าลง นี่คือสิงที่ ETDA ดำเนินการ”
ด้านนางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนัก 1 สสส. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สสส. ได้จัดทำแคมเปญรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมกับชี้ให้เห็นโทษและผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ และชีวิต ซึ่งประชาชนสามารถมีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายได้ง่ายๆ โดยเครือข่ายต้องทำงานเป็น “ระบบเดียวกัน” ไม่ใช่เพียงแค่รายชื่อหน่วยงาน สร้างวงจรเรียนรู้ร่วมกัน เห็นเร็ว ตรวจชัด จัดการทัน สื่อสารถึง ซึ่ง กระบวนการ “พบ-เก็บ-แจ้ง-ติดตาม” ช่วยให้การแจ้งเบาะแสเป็นเรื่องง่าย ตรวจสอบได้ และติดตามผลได้จริง โดยมีขั้นตอนดังนี้:
พบ: เมื่อพบเห็นคอนเทนต์ โพสต์ ไลฟ์ บัญชี เว็บไซต์ หรือร้านค้าที่มีลักษณะเสี่ยง
เก็บ: บันทึกหลักฐานสำคัญให้ครบถ้วน
แจ้ง: รายงาน (Report) ผ่านแพลตฟอร์ม และส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ติดตาม: บันทึกเลขรับเรื่องเพื่อติดตามสถานะและผลการดำเนินงาน
หนุนอินฟลูเอนเซอร์ เป็นส่วนหนึ่งของงานควบคุมยาสูบ
ด้าน นายนฤบดี จันทรส Influencer ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ ด้านการส่งเสริมและรณรงค์ด้านสุขภาพ กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่คือการทำให้ข้อมูลเดินทางไปถึงผู้คน ในยุคปัจจุบันอินฟลูเอนเซอร์ และ ครีเอเตอร์ คือสะพานเชื่อมจากงานวิจัย ข้อมูลที่ถูกนำมาย่อยและสื่อสารที่เข้าใจง่าย กระตุ้นเตือน ให้มีความน่าสนใจ เกิดการพูดคุยในสังคม ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
นายนฤบดี มองว่า อินฟลูเอนเซอร์ เป็นส่วนหนึ่งของงานควบคุมยาสูบ ไม่ใช่เป็นเพียงช่องทางประชาสัมพันธ์ และยังสามารถสร้างและขยายเครือข่ายเชื่อมโยงเข้าสู่การผลักดันนโยบาย สร้างความร่วมมือหาทางออกกับแพลตฟอร์ม เปิดข้อมูลให้ใช้งานง่าย สนับสนน Content คุณภาพ ทำให้ Key Person ของงานควบคุมยาสูบ ขยับสู่การเป็น อินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์
แพท พาวเวอร์แพท ชี้บุหรี่ – จุดเริ่มต้นติดสิ่งเสพติด
นายวรยศ บุญทองนุ่ม หรือ แพท พาวเวอร์แพท บอกเล่าประสบการณ์ที่เติบโตมากกับสภาพแวดล้อม ในครอบครัวที่สูบบุหรี่ แม้กระทั่งคนในครอบครัวที่เป็นผู้หญิงก็สูบบุหรี่ เนื่องจากยุคสมัยนั้น มองการสูบบุหรี่เป็นเรื่องของแฟชั่น หาซื้อง่าย ไม่ได้มีกฎหมายห้ามเด็กซื้อบุหรี่ และไม่ได้มีการรณรงค์ ให้เห็นโทษภัยอย่างเช่นในปัจจุบัน
“เด็กวัยรุ่นยุค 90 สูบบุหรี่เพราะอยากรู้อยากลอง แต่ในยุคนี้มีสารบางตัวทำให้เด็กและเยาวชนไม่ระคายตอ เสพติดง่าย อีกทั้งยังมีบุหรี่ไฟฟ้ากลิ่นต่างๆ หลากหลายรสชาติออกมาเย้ายวน ล่อใจ ยิ่งทำให้การสูบพอต ขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น ผู้สูบอายุน้อยลงเรื่อยๆ”แพท พาวเวอร์แพท มองว่า บุหรี่ คือ จุดเริ่มต้นของการติด สิ่งเสพติด และนำพาผู้เสพไปสู่นิสัยและสารเสพติดชนิดอื่นที่รุนแรงขึ้น
แพท พาวเวอร์แพท ทิ้งท้ายถึงวันที่ตัดสินใจเลิกบุหรี่ ก็คือสภาพร่างกายที่เริ่มหายใจไม่เต็มปอด บวกปัจจัยหลักเรื่องของราคาบุหรี่ที่เพิ่มสูงขึ้นมาก และเมื่อได้รับข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญถึงอันตราย จากสารนิโคติน ส่งผลให้เราเห็นภาพชัด
“ช่วงวัยรุ่นยังคึกคะนอง ร่างกายยังได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้นส่งผลต่อสุขภาพเห็นได้อย่างชัด จึงตัดสินใจไม่ยุ่งกับบุหรี่ แม้การเลิกจะไม่ง่าย ทั้งการลดปริมาณลง พบว่าไม่ได้ผล ตัดไม่ขาด ยังคิดถึง สิ่งที่ดีที่สุด คือการหักดิบ เริ่มจากจิตใจ วิธีคิด มองเห็นสิ่งนี้เป็นสิ่งอันตราย น่ากลัว สิ้นเปลือง หากมองออก ผมว่าง่ายสำหรับการเลิกบุหรี่”
สุดท้าย นายสถาพร นาควิลัยโรจน์ ผู้กำกับ และดารานักแสดง เล่าประสบการณ์มือที่คุ้นเคยกับบุหรี่มวนมากว่า 35 ปี สิ่งที่ทำให้เลิกบุหรี่ คือสภาพร่างกายเริ่มเตือนว่า หากสูบต่อไปชีวิตจะหาไม่ จึงพยายามหักดิบอยู่หลายครั้ง จนสามารถเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาดมากว่า 7 ปีแล้ว ชีวิตดีขึ้น ลดค่าใช้จ่ายที่ต้องซื้อบุหรี่หลักหมื่นบาทต่อเดือน