ปีที่ผ่านมาหลายคนรู้สึกว่าผ่านวิกฤตมาเยอะพอแล้ว แต่ “กระทิง พูนผล” ผู้ร่วมก่อตั้ง H.O.W. (House of Wisdom) มองต่างออกไป เขาบอกว่าปี 2570 คือปีที่ต้อง “เตรียมตัวไว้” เพราะโลกเข้าสู่ยุค Permanently Disrupted ไปแล้ว ทั้ง AI disruption สงครามการค้าและภาษี ภูมิอากาศที่แปรปรวน และโครงสร้างแรงงานที่กำลังเปลี่ยน ระเบียบโลกเก่าพังลง ส่วนระเบียบโลกใหม่ยังไม่เกิด
“Playbook แห่งความสำเร็จแบบเดิมใช้ไม่ได้แล้ว เราไม่สามารถร้องขอให้โลกใจดีกับเราได้ตลอดไป”

กระทิงกล่าวบนเวทีเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ “Unbeatable: ต่อให้โลกโหดร้ายแค่ไหน ฉันจะไม่พ่ายแพ้” หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่อัตชีวประวัติ แต่เป็นคู่มือแบบ how-to ที่เขากลั่นจากความล้มเหลวในชีวิตจริง ผสานกับองค์ความรู้ด้านประสาทวิทยา จิตวิทยา ธรรมะ และภาวะผู้นำ จนออกมาเป็นระบบที่ฝึกได้

Unbeatable ไม่ได้แปลว่าไม่เคยแพ้

กระทิงให้นิยามคำว่า Unbeatable ไว้หลายชั้น ชั้นแรกคือ Impossible to defeat โลกจะโหดร้ายแค่ไหนก็โค่นเราไม่ได้ ชั้นต่อมาคือ So good that nothing else can match เก่งจนไม่มีใครเทียบ แต่นิยามที่ใช้ได้จริงที่สุดคือ “The ability to fail repeatedly and eventually win anyway” หรือความสามารถในการล้มซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สุดท้ายก็ชนะได้อยู่ดี

วันนี้เราอาจแพ้ แต่ไม่จำเป็นต้องให้ความล้มเหลวครั้งล่าสุดกลายเป็นบทสุดท้ายของชีวิต กระทิงยอมรับว่าตัวเองล้มมาเป็นพันครั้ง และสิ่งที่เขาค้นพบคือ “Until death, all defeat is psychological” ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ความพ่ายแพ้ทั้งหมดเป็นเรื่องของใจ ถ้าใจไม่แพ้ เราก็ไม่แพ้
เขาย้ำว่าคนยุคนี้ต้องมีทักษะ 2 ด้านควบคู่กัน ด้านนอกคือ Likable หรือการเป็นคนที่คนอื่นอยากทำงานด้วย ทั้งเข้าหาง่าย น่าเชื่อถือ และตั้งใจจริง ส่วนด้านในคือ Unbeatable “ถ้ามีแต่ Likable โดยไม่มี Unbeatable ก็จะเปราะบาง แต่ถ้ามีแค่ Unbeatable ก็จะแกร่งอยู่คนเดียว”

7 ทักษะ Unbeatable ตามระบบพีระมิด 3 ระดับ

ระดับที่ 1 Unbeatable Fundamentals: รับมือเรื่องกวนใจรายวัน
ทักษะที่ 1: ปัด “ขี้นก” ทิ้งภายใน 90 วินาที ทักษะแรกคือการจัดการอารมณ์ให้จบเร็ว กระทิงเปรียบความหงุดหงิดรายวันว่าเหมือนขี้นกที่ตกใส่หัว หลายคนแบกมันเข้าห้องประชุม แบกทั้งวัน บางคนแบกเป็นสัปดาห์ ทั้งที่แค่ปัดออกแล้ววางไว้ตรงนั้นก็พอ

ทักษะที่ 2: บริหาร “งบดุลทางอารมณ์” เติมพลังบวกให้ตัวเองทุกวัน เช่น การขอบคุณในสิ่งที่มี (Daily Gratitude) ทุก ๆ วัน เพื่อให้ “หนี้เสียทางอารมณ์” น้อยกว่า 5% ไม่สะสมจนล้นพอร์ต
ทักษะที่ 3: วินัยแบบ “อด” และ “ทน” กระทิงนิยามวินัยว่า อด คืออดสิ่งที่ดึงเราออกนอกทาง เช่น โซเชียลมีเดีย และ ทน คือทนทำสิ่งที่ไม่อยากทำแต่จำเป็นต้องทำ ทำซ้ำทุกวันจนกลายเป็นตัวเรา
ทักษะที่ 4: Ultra Learning วินัยอย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่เรียนรู้ ก็เหมือนเอาหัวขวิดกำแพงซ้ำทุกวัน ทักษะการเรียนรู้แบบเข้มข้นจึงเป็นตัวช่วยเปลี่ยนความพยายามให้กลายเป็นความก้าวหน้า
ระดับที่ 2 Unbeatable Advance: เมื่อวิกฤตหนักจนเรือแทบล่ม

ทักษะที่ 5: Healing & Recovery ฟื้นตัวทั้งที่ชีวิตยังต้องเดินต่อ บางเรื่อง 90 วินาทีไม่พอ ต้องใช้ 9 นาที หรือ 90 นาที กระทิงยอมรับว่านี่คือทักษะที่ตัวเองไม่เคยมี เพราะที่ผ่านมาใช้แต่ความตั้งใจและความมุมานะ ทั้งที่การฟื้นตัวหลายครั้งต้องเริ่มจากการปล่อยวาง การฟื้นตัวในความหมายของเขาไม่ใช่การหายไปพักนาน ๆ แต่คือการฟื้นไปพร้อมกับที่ชีวิตยังขับเคลื่อน และเรียนรู้ที่จะ “Suffer Well” หรือทุกข์ให้เป็น

ทักษะที่ 6: Resilience อย่าเป็นนักโทษของอดีต “วิกฤตทำร้ายเราครั้งเดียว แต่เรากลับซ้ำเติมตัวเองอีกเป็นพันครั้ง แล้วขังตัวเองไว้ในอดีต” กระทิงชวนให้มองวิกฤตเป็นบทเรียน ไม่ใช่การจำคุกตลอดชีวิต แล้วเด้งกลับให้ได้

ระดับที่ 3 Unbeatable Transformation: เมื่อวิกฤตทำลายตัวตน

ทักษะที่ 7: Identity Transformation ยอดพีระมิดคือการสร้างตัวตนใหม่ ไม่ว่าวิกฤตอะไรเข้ามา มันทำลายได้แค่ “ตัวตนเมื่อวาน” ของเรา ขณะที่พรุ่งนี้เราสร้างตัวตนใหม่ได้เสมอ กระทิงเล่าชีวิตตัวเองเป็นหลักฐาน จากเด็กเนิร์ดที่ถูกเพื่อนแกล้ง สู่วิศวกร พนักงานขายแชมพู คนทำงานบริษัทเทคโนโลยี ไปจนถึงนักลงทุน VC เขาบอกว่าทุกครั้งที่ล้ม เราเลือกได้ว่าจะให้วิกฤตเป็นบาดแผลที่ตามหลอกหลอน หรือเป็นจุดเริ่มต้นของ Post-Traumatic Growth คือการเติบโตทั้งระหว่างและหลังวิกฤต
แกนกลางของทุกทักษะ: “ใจคือทะเล”

กระทิงเล่าว่าต้นปีเขามองโลกเป็นทะเลบ้าคลั่ง และมองตัวเองเป็นเรือลำเล็กที่ต้องแข็งแรงและคล่องตัว จนได้ฟังคำสอนของพระอาจารย์สายวัดป่าท่านหนึ่ง มุมมองก็เปลี่ยนไป เมื่อท่านกล่าวว่า “คุณไม่ใช่เรือลำเล็กในทะเลบ้าคลั่ง ทะเลที่บ้าคลั่งคือใจของคุณเอง ถ้าทำใจให้นิ่งได้ ทะเลก็สงบ”

อีกเรื่องที่เขาย้ำคือ ไม่มีใคร Unbeatable ได้ตามลำพัง ครอบครัว คู่ชีวิต และกัลยาณมิตร คือ social support ที่ทำให้เขารอดมาได้ เขาเล่าว่าแรงบันดาลใจสำคัญมาจากคุณแม่ที่ผ่านวิกฤตเฉียดตายมาแล้ว 6 ครั้ง และพูดกับเขาเสมอว่า “ต่อให้ปัญหามันยิ่งใหญ่แค่ไหน ถ้ามันไม่ยิ่งใหญ่เท่าความตาย ทิงมีเลือดของแม่ จึงต้องเป็นผู้ชนะ”

กระทิงปิดท้ายด้วยประโยคที่สรุปหัวใจของหนังสือทั้งเล่ม “Sometimes losing yourself can be the beginning of finding yourself again.” หรือ บางครั้งการสูญเสียตัวตน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบตัวเองอีกครั้ง

สั่งจองหนังสือ Unbeatable ได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1DsjxhKcf5/ และซื้อหนังสือ Unbeatable ที่ร้านหนังสือทั่วประเทศได้ตั้งแต่ 23 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน