“กัณฑ์พงศ์” ดันศูนย์ขนส่งนิคมฯ อุดรธานี ตรวจสินค้า–ทำเรื่องศุลกากรในจุดเดียว หวังช่วยผู้ประกอบการส่งออกสะดวกขึ้น เชื่อมตลาดไทย–ลาว–จีน
นายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า หอการค้าจังหวัดอุดรธานีและคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. จังหวัดอุดรธานี เตรียมผลักดันให้รัฐบาลสนับสนุนการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ตรวจตู้สินค้า ภายในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี พร้อมจัดตั้งศูนย์บริการหน่วยงานรัฐในจุดเดียว เพื่อช่วยลดเวลารอ ลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสินค้าผิดกฎหมาย
ภาคเอกชนเตรียมเสนอเรื่องดังกล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดอุดรธานี ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยต้องการยกระดับศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า หรือ ICD ให้สามารถรองรับทั้งการขนส่งทางรางและการดำเนินขั้นตอนศุลกากรได้สะดวกยิ่งขึ้น
นายกัณฑ์พงศ์กล่าวว่า อุดรธานีมีจุดแข็งด้านทำเล สามารถเชื่อมการขนส่งสินค้าระหว่างไทย ลาว และจีนได้ หากมีระบบตรวจสินค้าและบริการศุลกากรที่พร้อม จะช่วยให้ผู้ประกอบการนำสินค้ามารวมและดำเนินขั้นตอนต่าง ๆ ก่อนส่งต่อไปยังชายแดนได้คล่องตัวขึ้น
โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูป ซึ่งมีต้นทุนทั้งค่าขนส่งและเวลารอ หากลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนลงได้ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยแข่งขันในตลาดต่างประเทศ และเพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการในอีสานเหนือ
“หอการค้าจังหวัดอุดรธานี และ กกร. จังหวัดอุดรธานี สนับสนุนการผลักดันโครงการนี้อย่างเต็มที่ เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัด และต่อยอดการลงทุนที่ภาคเอกชนได้ดำเนินการไว้แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด” นายกัณฑ์พงศ์กล่าว
สำหรับพื้นที่โครงการ บริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด ซึ่งดำเนินงานร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ลงทุนพัฒนาศูนย์ ICD กว่า 116 ไร่ ภายในนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่รวม 2,170 ไร่ มีทางรถไฟแยกเชื่อมเข้าสู่ลานสินค้าโดยตรง และมีสถานีไฟฟ้าย่อยรองรับแล้ว
สิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนเพิ่มเติม คือเครื่องเอกซเรย์ตรวจตู้สินค้าแบบติดตั้งประจำที่ และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ เพื่อพัฒนาเป็น “ด่านศุลกากรทางบกเชิงลึก” หรือจุดตรวจสินค้าและทำเรื่องศุลกากรภายในประเทศก่อนขนส่งต่อ ทั้งนี้ ต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายกัณฑ์พงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า เครื่องเอกซเรย์จะช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจดูภาพสิ่งของภายในตู้สินค้า และใช้ประกอบการพิจารณาว่าตู้ใดต้องเปิดตรวจเพิ่มเติม ขณะที่เทคโนโลยี AI จะช่วยวิเคราะห์ภาพเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่
ระบบดังกล่าวยังช่วยตรวจหาสินค้าที่อาจซุกซ่อนหรือแจ้งรายการไม่ตรงกับของจริง ทั้งสินค้าเกษตรลักลอบนำเข้า ยาเสพติด และสารเคมีตั้งต้นผิดกฎหมาย โดยต้องทำงานร่วมกับการตรวจสอบและข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การตรวจเข้มสินค้าเกษตรเถื่อนเป็นอีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของเกษตรกรไทย เพราะสินค้าที่ลักลอบนำเข้าอาจเข้ามาขายแข่งอย่างไม่เป็นธรรมและกดราคาผลผลิต ส่วนการสกัดยาเสพติดจะช่วยดูแลความปลอดภัยของประชาชนควบคู่กันไป
นายกัณฑ์พงศ์ระบุว่า หากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล จะช่วยต่อยอดสิ่งที่ภาคเอกชนลงทุนไว้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการขนส่ง พร้อมเพิ่มโอกาสให้อุดรธานีเป็นศูนย์กลางรวบรวมและกระจายสินค้าของอีสานเหนือ เชื่อมต่อไปยังตลาดลาวและจีนในระยะยาว