ผู้ประกันตนส่งเงินสมทบโดยสมัครใจ มาตรา 40 ตอบโจทย์แรงงานอิสระได้อย่างครอบคลุม
ตรงใจ สมัครง่าย จ่ายน้อย เริ่มต้นส่งเงินสมทบวันละ 3 บาท สำนักงานประกันสังคมให้สิทธิประโยชน์เกินคุ้ม

แรงงานอิสระหลายคน คงเคยตั้งคำถามว่า เมื่อมีสิทธิการรักษาขั้นพื้นฐานของรัฐบาลแล้ว ทำไมต้องเสียเงิน เพื่อส่งเงินสมทบเข้าระบบเพื่อประกันตนเองด้วย

เพราะนโยบายของกระทรวงแรงงาน พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความเป็นห่วงแรงงานอิสระที่อยู่นอกระบบไม่มีประกันสังคมกว่า 20 ล้านคน และต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และส่งเสริมการมีหลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุมเพียงพอ ซึ่งการส่งเงินสมทบโดยสมัครใจมาตรา 40 สามารถตอบโจทย์ทุกปัญหาและครอบคลุมแรงงานอิสระทุกกลุ่มรายได้

เนื่องจากชุดสิทธิประโยชน์ของมาตรา 40 ที่สำนักงานประกันสังคมมีให้ 3 ทางเลือก สอดรับกับความสามารถของการหารายได้ให้กับแรงงานอิสระอย่างครอบคลุม จ่ายเงินน้อย ให้สิทธิประโยชน์เยอะ
ไม่ต้องตรวจสุขภาพ และใช้ร่วมกับสิทธิการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานของรัฐบาลได้

โดย ทางเลือก 1 แรงงานอิสระที่มีรายได้น้อย จ่ายเงินสมทบเข้าระบบประกันสังคมเพียง วันละ
3 บาท หรือ 70 บาทต่อเดือน สำหรับสิทธิประโยชน์ที่สำนักงานประกันสังคมให้มี 3 ด้าน คือ

1. เจ็บป่วยหรือประสบอันตราย ต้องนอนโรงพยาบาล ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ วันละ 300 บาท หากไม่นอนโรงพยาบาลแต่มีใบรับรองแพทย์ ให้หยุดรักษาตัว 3 วันขึ้นไป ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้วันละ 200 บาท ซึ่งทั้ง 2 กรณีรวมกันไม่เกิน 30 วันต่อปี

2. ทุพพลภาพ ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้(500 – 1,000 บาท) เป็นเวลา 15 ปี

3. เสียชีวิต ได้รับเงินค่าทำศพ 20,000 บาท หากส่งเงินครบ 5 ปี จะได้เงินสงเคราะห์เพิ่มอีก 3,000 บาท แรงงานอิสระที่สมัครทางเลือกนี้ จ่ายเงินเพียงวันละ 3 บาท นอนโรงพยาบาลเพียง 1 วัน ก็คุ้มกับเงินทั้งเดือนที่ส่งเพื่อประกันตนเอง

สำหรับแรงงานอิสระที่มีรายได้มากขึ้นอีกนิด ทางเลือก 2 จะเพิ่มความคุ้มค่าในหลักประกันให้คุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้นอีก โดยจ่ายเงินเพื่อประกันตนเองเข้าระบบวันละ 4 บาท หรือ 100 บาทต่อเดือน
จะได้รับเงินออมสะสม 50 บาททุกเดือน รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมเหมือนกับทางเลือกแรก และเพิ่มกรณีชราภาพ เมื่อจ่ายเงินสมทบจนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน จะได้รับเงินออมสะสมพร้อมดอกผลจ่ายเป็นเงินก้อน ข้อดีสำหรับทางเลือก 2 คือ มีเงินออมสะสมมาตลอดระยะเวลาการจ่ายเงินที่ผ่านมาจนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เป็นเงินก้อนพร้อมดอกผลนั่นเอง

ส่วนทางเลือก 3 เป็นทางเลือกใหม่ ที่รัฐบาลต้องการเพิ่มตามสิทธิประโยชน์ให้แรงงานอิสระที่สมัครทางเลือก 3 ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นอีก โดยจ่ายเงินประกันตนเองวันละ 10 บาท หรือ 300 บาทต่อเดือน มีเงินออมสะสมให้ 150 บาททุกเดือน สำนักงานประกันสังคม จัดชุดสิทธิประโยชน์ให้ 5 ด้าน คือ

1. เจ็บป่วยหรือประสบอันตราย ต้องนอนโรงพยาบาล ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ วันละ 300 บาท หากไม่นอนโรงพยาบาลแต่มีใบรับรองแพทย์ ให้หยุดรักษาตัว 3 วันขึ้นไป ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้วันละ 200 บาท ซึ่งทั้ง 2 กรณีรวมกัน เพิ่มเป็นไม่เกิน 90 วันต่อปี

2. ทุพพลภาพ ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ (500 – 1,000 บาท) ตลอดชีวิต

3. เสียชีวิต ได้รับเงินค่าทำศพเพิ่มเป็น 40,000 บาท

4. ชราภาพเมื่อจ่ายเงินสมทบจนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน จะได้รับเงินออมสะสมพร้อมดอกผลจ่ายเป็นเงินก้อน และหากส่งเงินสมทบมาครบ 180 เดือน จะได้รับเงินก้อนเพิ่มอีก 10,000 บาท

5. ให้เงินสงเคราะห์บุตรเป็นรายเดือนคนละ 200 บาท คราวละไม่เกิน 2 คน จนอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์

ทางเลือก 3 นี้ มีข้อดี ทั้งเรื่องระยะเวลาการได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ เมื่อเจ็บป่วยฯ เพิ่มมีเงินออมสะสมมากขึ้น กรณีทุพพลภาพตลอดชีวิต ให้ค่าทำศพเพิ่ม และให้เงินสงเคราะห์บุตร

จะเห็นว่า แรงงานอิสระสามารถเลือกจ่ายเงินเพื่อสมัครเข้าระบบประกันสังคม มาตรา 40 ทั้ง 3 ทางเลือกได้ตามความสามารถ แต่สิทธิประโยชน์ที่ได้รับเกินคุ้ม ที่สำคัญเป็นส่วนเสริมเพิ่มจากสิทธิ
การรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและครอบครัวให้ดีขึ้น

สมัครง่าย ใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว มีอายุตั้งแต่ 15 – 60 ปีบริบูรณ์ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ
ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือจะสมัครด้วยตนเองผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่ https://www.sso.go.th/section40_regist/ หรือผ่านทาง QR code

ช่องทางการจ่ายเงินก็สะดวก สำหรับมาตรา 40 นั้น จ่ายเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส, เคาน์เตอร์บิ๊กซี, เคาน์เตอร์เทสโก้โลตัส, เคาน์เตอร์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย และเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมในการใช้บริการ

และหักผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารธนชาต, ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

สอบถามได้ที่ สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ หรือดูข้อมูลได้ที่ www.sso.go.th

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน