สารัชถ์ รัตนาวะดี นำ Gulf จัดกิจกรรม CSR เพื่อการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน

Gulf นำโดย สารัชถ์ รัตนาวะดี เปิดโครงการ CSR Gulf ป่าล้านกล้าปลาล้านตัว
สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานฯ Gulf จัดกิจกรรม CSR ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเทคโนโลยี และด้านกีฬา เพื่อการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน

องค์กรที่ดำเนินธุรกิจพลังงานกับกิจกรรม CSR นั้นขาดกันไม่ได้จริงๆ โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนหันมา
สนใจสิ่งแวดล้อม และเอาใส่ใจกับการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี
ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือกัลฟ์ (GULF) หนึ่งในผู้ผลิตพลังงานชั้นนำของประเทศไทย
ภายใต้การกำกับดูแลของสารัชถ์ รัตนาวะดี ก็เป็นอีกหน่วยงานที่ให้ความสำคัญในจุดนี้ และเอาจริงเอา
จังในการทำกิจกรรม CSR มาอย่างต่อเนื่อง โดยเราจะเห็นกิจกรรมที่หลากหลายและน่าสนใจเกิดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นในด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพชีวิต หรือการสนับสนุนเยาวชนให้หันมา
เล่นกีฬามากขึ้น

ด้านสิ่งแวดล้อม

สารัชถ์ รัตนาวะดี นำทีมกัลฟ์ บริจาคแผงโซล่าร์เซลล์

ในฐานะองค์กรผู้ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานไฟฟ้า กัลฟ์ได้บริจาคแผงโซล่าร์เซลล์ สำหรับใช้ในระบบผลิตกระแสไฟฟ้าและระบบสูบน้ำของโครงการ เพื่อเป็นพลังงานสะอาด ไม่สร้างมลภาวะ และสอดคล้อง
กับแนวคิดหลักของโครงการ ที่ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาเผยแพร่ผ่านศูนย์กลางการเรียนรู้ให้แก่ผู้สนใจได้ศึกษาและนำความรู้ที่ได้ไปใช้
ในชีวิตประจำวัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขอย่างยั่งยืน

ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต

สารัชถ์ รัตนาวะดี นำทีมผู้ถือหุ้น เยี่ยมชม โรงไฟฟ้าอุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ภายใต้การดูแลของสารัชถ์
รัตนาวะดี ได้จัดกิจกรรมโดยเชิญคณะผู้ถือหุ้น จำนวน 70 คน เยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัทฯ
ณ โรงไฟฟ้าอุทัย อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่มีกำลังการผลิต 1,600 เมกะวัตต์ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบแนวทางการดำเนินกิจการของบริษัท และเป็นไปตามนโยบายการเปิดเผยข้อมูลและการดำเนินกิจการอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล นอกจากนี้กัลฟ์ยังได้พาคณะผู้ถือหุ้นร่วมทำกิจกรรม CSR รักษ์สิ่งแวดล้อม ได้แก่เรียนรู้วิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์อัดก้อนจากตะกอนดินที่ได้จากกระบวนการผลิตไฟฟ้า ภายใต้แนวคิด Zero Waste ส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้ รวมถึงผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตไฟฟ้ากลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อเป็นการลดการใช้ทรัพยากร ธรรมชาติ ซึ่งเป็นนโยบายที่กลุ่มบริษัทกัลฟ์ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

นอกจากนี้ กัลฟ์ยังได้จัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงโรงไฟฟ้า โดยได้ริเริ่มโครงการ “ปลูกข้าวลงนา  ปลูกหญ้า(แฝก) ป้องดิน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ  ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่และแปลงนาสาธิตโรงไฟฟ้าหนองแซง จังหวัดสระบุรี โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคการเกษตรในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าหนองแซงของกลุ่มบริษัทกัลฟ์ ด้วยการนำแนวคิดเกษตรกึ่งอินทรีย์ และผสมผสาน มาถ่ายทอดให้กับชาวบ้านในชุมชนระแวกโรงไฟฟ้า เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค  

Gulf นำโดย สารัชถ์ รัตนาวะดี เริ่มโครงการ ปลูกข้าวลงนา ปลูกหญ้า(แฝก) ป้องดิน

ประกอบไปด้วยการแนะนำชาวบ้านให้ปลูกข้าวสายพันธุ์ดี เป็นที่ต้องการของตลาด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า อันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกร โดยเลือกใช้พันธุ์ข้าวทับทิมชุมแพ ซึ่งเป็นข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดจากการพัฒนาสายพันธุ์ระหว่างข้าวสังข์หยด จังหวัดพัทลุง กับข้าวหอมมะลิ 105 นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปลูกหญ้าแฝกบริเวณคูคลองสาธารณะ เลียบถนนทุเรียน ห้วยบ่า เพื่อป้องกัน
การพังทลายของดิน ปรับปรุงและพัฒนาภูมิทัศน์ บริเวณคูคลองในพื้นที่ให้สวยงาม รวมทั้งมีการ
ปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่คูคลองสาธารณะ เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ในพื้นที่ชุมชน

สำหรับศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ และแปลงนาสาธิต โรงไฟฟ้าหนองแซง จังหวัดสระบุรี ปัจจุบัน
มีเนื้อที่ 42 ไร่เศษ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2558 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่และแปลงนาสาธิต โรงไฟฟ้าหนองแซง ได้มีการปรับใช้พื้นที่เพื่อทดลองทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ และ
นำผลจากการทดลองมาสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เกษตรกร ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ปี พ.ศ 2558 เริ่มพัฒนาพื้นที่ สำหรับทำเกษตรแบบผสมผสาน ตามหลัก “เกษตรทฤษฎีใหม่”

ปี พ.ศ 2559 ได้ขยายพื้นที่ไปยังที่ดินของโรงไฟฟ้าหนองแซง มีการปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่เป็นแปลงนาสาธิตเพิ่มเติมอีก 4 แปลง โดยทำคันนาให้มีขนาดใหญ่กว่าขนาดคันนาโดยทั่วไปเพื่อป้องกันน้ำท่วม
และใช้ประโยชน์ที่ดินบนคันนาในการปลูกพืชผัก และไม้ยืนต้น

ปี พ.ศ 2560 เร่งปลูกต้นไม้หลากหลายชนิดเพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ ทั้งไม้เศรษฐกิจยืนต้นระยะยาว และไม้ผลผสมผสาน เพื่อให้ชุมชนเยี่ยมชม เรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจในการทำอาชีพ
ทางเลือกให้แก่ชุมชน

ปี พ.ศ 2561 พัฒนากิจกรรมในศูนย์การเรียนรู้ฯ เพื่อต่อยอดเทคนิควิธีการทำการเกษตรให้มีประสิทธิภาพ เช่น ทำโรงปุ๋ยอินทรีย์ เลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตเป็นปุ๋ยมูลไส้เดือน ทำปุ๋ยหมักจากวัชพืช
ในแหล่งน้ำของชุมชนและวัสดุเหลือใช้จากเรือกสวน ไร่นา และทำน้ำหมักชีวภาพจากหน่อกล้วย
สำหรับนำไปใช้ในกิจกรรมพืชผักอินทรีย์แทนการใช้สารเคมี เพื่อปูทางไปสู่การทำเกษตรอินทรีย์
เต็มรูปแบบ

ด้านการกีฬา

สารัชถ์ รัตนาวะดี นำทีม Gulf จับมือกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดโครงการฟุตบอลคลินิค

สารัชถ์ รัตนาวะดี มีนโยบายให้กัลฟ์ เป็นองค์กรที่สนับสนุนวงการกีฬาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล กัลฟ์ถือเป็นอีกหน่วยงานที่สนับสนุนเยาวชนที่รักกีฬาฟุตบอลให้มีโอกาสพัฒนาทักษะ และ
เปิดประตูสู่วงการฟุตบอลระดับสากล โดยเริ่มจากสร้างความร่วมมือกับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลแถวหน้าของไทยเปิดโครงการฟุตบอลคลินิค “Gulf Football Clinic by Buriram United” เพื่อให้ความรู้และฝึกสอนทักษะฟุตบอลให้กับเด็กๆ โดยผู้ฝึกสอนมืออาชีพ และนักฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม  2561“Gulf Football Clinic by Buriram United” ได้จัดกิจกรรมขึ้น ณ สนามฟุตบอลสปอร์ตอารีนา ต.ท่าข้าม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา งานนี้มีเยาวชนในพื้นที่
เข้าร่วมกว่า 200 คน

ไม่เพียงเท่านี้ กัลฟ์ ยังร่วมกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ
ในโครงการ “Gulf Football Camp : ชาร์จพลังปลุกฝันนักเตะเยาวชน” มีภารกิจหลัก 2 ด้านคือ พัฒนาสนามฟุตบอลเก่าในชุมชน โดยคัดเลือกสนามฟุตบอลที่มีผู้เสนอเข้ามาพร้อมเหตุผลที่น่าสนใจ
มาปรับปรุงให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน และการจัดกิจกรรม Trial Tournament เพื่อเปิดโอกาส
ให้เยาวชนอายุระหว่าง 10-14 ปี ที่มีความสามารถโดดเด่นในกีฬาฟุตบอล เดินทางไปเยือนสโมสร
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ประเทศเยอรมนี พร้อมเป็นสมาชิกของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี เพื่อเรียนรู้เทคนิคและพัฒนาความสามารถด้านกีฬาฟุตบอลในระดับที่สูงขึ้น

นี่อาจสรุปได้ว่านโยบายเพื่อสังคมของสารัชถ์ รัตนาวะดี ได้นำพาให้กัลฟ์ เป็นหนึ่งในองค์กรเพื่อสังคมอย่างแท้จริง ทั้งในแง่ของการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล ความเอาใจใส่ต่อสิ่งแวดล้อม
ความรับผิดชอบต่อสังคม และความมุ่งมั่นพัฒนาเยาวชนไทย

บทความก่อนหน้านี้เชิญเที่ยวงาน “The Best Of Mahasarakam 2019 สุดยอดของดีมหาสารคาม 2562”
บทความถัดไปFootNote : ทำไม ชะตากรรม ร่างพรบ.ข้าว จึงโยงยาว มายัง พลังประชารัฐ