อยากขายรถและตกลงราคากับผู้ซื้อได้เรียบร้อยแล้ว แต่ค้างชำระภาษีเกิน 3 ปี ต้องทำอย่างไร?
เมื่อต้องการที่จะขายรถ และตกลงราคากับผู้ซื้อได้เรียบร้อยแล้ว แต่ติดอย่างเดียวก็คือ รถขาดการชำระ ภาษีรถยนต์ เพราะฉะนั้นเจ้าของรถจะต้องทำการชำระค่า ภาษีรถยนต์ ที่ค้างไว้ทั้งหมดก่อนที่จะทำการซื้อขายอย่างเป็นทางการ โดยวิธีการทั้งหมดมีดังนี้
- นำสมุดคู่มือมาให้ทางราชการบันทึกการระงับทะเบียน และชำระ ภาษีรถยนต์ ค้างชำระ ณ สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ที่รถจดทะเบียน
- หากต้องการจดทะเบียนรถใหม่ สามารถติดต่อสำนักงานขนส่งประจำจังหวัดที่ประสงค์ใช้รถได้ทั่วประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นจังหวัดเดิม (ในกรุงเทพมหานคร ติดต่อกรมการขนส่งทางบก) กรณีนี้ต้องนำรถเข้าตรวจสภาพด้วย เลขทะเบียนรถจะเป็นหมวดและหมายเลขตามที่จดทะเบียนในปัจจุบันของสำนักงานขนส่งนั้น ๆ
- หากต้องการขายให้บุคคลอื่น สามารถทำหนังสือสัญญาซื้อขาย แนบพร้อมกับเอกสารการแจ้งใช้รถใหม่อีกครั้งหลังการถูกระงับทะเบียน ของเจ้าของคนใหม่ได้เลย โดยไม่ต้องทำการโอนทะเบียนอีก
- ในการจดทะเบียนรถ เจ้าของรถไม่จำเป็นต้องมีชื่อในทะเบียนราษฎรของจังหวัดนั้นก็ได้
- สามารถมอบอำนาจให้คนอื่นมาดำเนินการแทนได้

สำหรับการยื่นคำร้องขอบันทึกการระงับทะเบียน ต้องการเตรียมเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้
–สมุดคู่มือจดทะเบียน (ตัวจริง พร้อมสำเนา)
–บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริงพร้อมสำเนา) ของเจ้าของรถ
–หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (กรณีเป็นนิติบุคคล อายุการใช้งานไม่เกิน 6 เดือน)
–สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม กรณีเป็นนิติบุคคล
–หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่เจ้าของรถไม่สะดวกไปดำเนินการ พร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ
ส่วนอัตราภาษีรถที่ค้างชำระภาษีรถเกิน 3 ปี (ภาษีขาดเกิน 3 ปี เป็นภาษีระงับ ต้องชำระภาษีที่ค้าง 3 ปี) และเสียภาษีเพิ่มร้อยละ 1 ต่อเดือนจนถึงวันชำระ
หากต้องการขอใช้รถอีกครั้งหลังถอนอายัด เอกสารและหลักฐานมีดังนี้
–สมุดคู่มือจดทะเบียน ที่บันทึกการระงับทะเบียนแล้ว (ตัวจริงเท่านั้น พร้อมสำเนา)
–บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ (ตัวจริงพร้อมสำเนา)
–หลักฐานการประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535
–หลักฐานการได้มาของรถ เช่น หนังสือสัญญาซื้อขาย หรือหลักฐานการขายทอดตลาด (กรณีมิได้จดทะเบียนในชื่อเจ้าของเดิม)
–หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (กรณีเป็นนิติบุคคล อายุการใช้งานไม่เกิน 6 เดือน)
–สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม กรณีเป็นนิติบุคคล
–หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่เจ้าของรถไม่สะดวกไปดำเนินการ ติดอากรแสตมป์ 10 บาท) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ
ก่อนที่ไปต้องเตรียมให้พร้อมสำหรับค่าธรรมเนียมนะครับ
–ค่าจดทะเบียนรถใหม่ 315 บาท
–ค่าสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ 100 บาท
–ค่าแผ่นป้ายทะเบียนรถ ป้ายละ 100 บาท
–หลักฐานการประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535
–อัตราภาษีของรถแต่ละประเภท
–ค่าธรรมเนียมการตรวจสภาพ
– รถจักรยานยนต์ 10 บาท
– รถยนต์ 50 บาท
หลังจากที่ดำเนินการและได้เลขป้ายทะเบียนใหม่แล้ว จึงสามารถทำการโอนเปลี่ยนเจ้าของรถได้ทันทีนะครับ
ข้อมูลจาก Chobrod – ศูนย์กลางการประกาศซื้อ-ขายรถยนต์ใหญ่ที่สุดในประเทศ