ช่วยชาวบ้านเดือดร้อนที่ทำกิน – วันที่ 2 ธ.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) บจธ. พร้อมด้วยนายศรีชา ม่วงไข่ ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการที่ดิน 2 บจธ. นางสุวรรณา บุญกล่ำ ผอ.กองประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ประชุมร่วมกับนายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าฯจังหวัดชลบุรี และหัวหน้าส่วนราชการ ณ ห้องประชุมพระรักษาเทพ ศาลากลางจังหวัดชลบุรี เพื่อชี้แจงภารกิจ บทบาท หน้าที่ของ บจธ. ในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน และป้องกันการสูญเสียสิทธิในที่ดิน โดยมีเป้าหมายเพื่อกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาล

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติฯกล่าวว่า ชลบุรีมีความแตกต่างจากหลายจังหวัด เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองอุตสาหกรรม รายได้เฉลี่ยสูงกว่า 5 แสนบาทต่อคนต่อปี ราคาที่ดินสูง เกษตรกรเข้าถึงที่ดินได้ยาก จึงขอฝากให้ศูนย์ดำรงธรรมเป็นช่องทางรับเรื่องและส่งมาที่ บจธ.

นายวิวัฒน์ กล่าวว่าชลบุรีมีพื้นที่เกษตรกรรม 7 แสนกว่าไร่ แม้อุตสาหกรรมจะนำ แต่ประชาชนก็มีเรื่องร้องเรียนเรื่องที่ดินทำกินมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะเรื่องขาดเงินทุนและการสูญเสียสิทธิในที่ดิน

นางจงลักษณฺ์ ธนานุรักษ์วงศ์ นักวิชาการ จาก ส.ป.ก. ชลบุรี แจ้งว่า ชลบุรีมีที่ดิน สปก. 5แสนกว่าไร่ และพื้นที่ คทช. ยึดคืนไว้อัก 2 แปลง บางส่วนจัดสรรให้ประชาชนไปแล้ว แต่ยังมีอีก 300 กว่ารายที่ยื่นขอมีที่ดินทำกินไว้ จะส่งให้ บจธ. พิจารณา

นายถนอมศิลป์ สุขสัมพันธ์ ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ. ชลบุรี อธิบายว่า คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. ได้จัดที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติใน อ.บ่อทอง ชลบุรี ให้ประชาชนจำนวน 290 ราย มีการจัดสรรแปลงและส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้านแล้ว และกำลังพิจารณาอีก 5 ไร่เป็นที่ชายฝั่งทะเล

นายเกริกชัย พรหมดวง ธนารักษ์พื้นที่จ. ชลบุรี แจ้งว่าที่ราชพัสดุส่วนใหญ่เป็นสภานที่ราชการ แต่พื้นที่แปลงว่างที่สามารถจัดการตามนโยบายคทช. และบางที่เป็นการรับรองสิทธิ ประมาณ 109 กว่าไร่ ที่แสมสารให้ขาวบ้านที่บุกรุกมาก่อนได้เช่าทำกินและสร้างที่อยู่อาศัย

วันเดียวกัน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ประธานกรรมการ บจธ. ได้ร่วมประชุมร่วมกับว่าที่ร้อยตรีพิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และหัวหน้าส่วนราชการพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ฯกล่าวว่าจังหวัดระยองเป็นเขตอุตสาหกรรมก็จริง แต่ยังมีพื้นที่ทางการเกษตรและเกษตรกรอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส -19 ต้องกลับภูมิลำเนา และไม่มีที่ดินทำกิน บจธ. ก็ได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เพื่อช่วยเหลือแรงงานที่ตกงานและประสงค์จะทำการเกษตร ทางบจธ.จึงขอความร่วมมือกับศูนย์ดำรงธรรมจะงหวัด และอำเภอ ให้เป็นช่องทางรับเรื่องส่งมาให้บจธ.

นายศรีชา อธิบายความก้าวหน้าพื้นที่ต้นแบบการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน 12 พื้นที่ ใน 8 จังหวัด มีเกษตรกรจำนวน 480 ครัวเรือน เนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ หลายพื้นที่พัฒนาไปเกือบสมบูรณ์คือเข้าทำประโยชน์ มีแหล่งน้ำ สาธารณูปโภค มีผลผลิตจำหน่าย และบางพื้นที่ถึงขั้นมีการสร้างบ้านแล้ว และบจธ. ยังมีพื้นที่โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน โครงการป้องกันการสูญเสียสิทธิในที่ดิน และโครงการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินจากการดำเนินนโยบายรัฐ ซึ่งช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา ระหว่าง พ.ศ.2559 – 2563 ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรไปแล้ว 1,447 ครัวเรือน รวมเป็นเนื้อที่ประมาณ 4,851 ไร่เศษ

ปฏิรูปที่ดิน จ.ระยอง ชี้แจงว่า ส.ป.ก. มีโครงการปฏิรูปที่ดินของรัฐ จัดที่ดินที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติเสื่อมโทรมแล้วออกหนังสืออนุญาติให้ประชาชนใช้ประโยชน์ และโครงการปฏิรูปที่ดินเอกชนโดยใช้งินกองทุน ส.ป.ก มาจัดซื้อให้เกษตรกรได้เช่าหรือเช่าซื้อ คล้ายกับที่ บจธ. ดำเนินการอยู่ และส.ป.ก. ได้รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่เดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินไว้จำนวนหนึ่งด้วย

ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด แจ้งว่าคณะกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด มีการยื่นขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินจากกรมป่าไม้ รวมเนื้อที่ประมาณ 38,000 ไร่ อยู่ระหว่างจัดประชาชนเข้าใช้ประโยชน์ และปี 2563 อยู่ระหว่างตรวจสอบพื้นที่จริงประมาณ 20,000 ไร่เศษ

สำหรับพื้นที่เกษตรจังหวัดระยองมีลักษณะเป็นเกษตรอุตสาหกรรม เช่นยางพารา มันสำปะหลัง สับปะรด และทุเรียน และระยองเป็นเขตอุตสาหกรรม รายได้ประชากรจึงสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศทำให้ราคาที่ดินที่ระยองค่อนข้างสูง จึงเป็นข้อจำกัดทำให้ผู้ที่ทำการเกษตรไม่อยากทำการเกษตร

ว่าที่ ร.ต.พิรุณ รองผู้ว่าฯระยอง กล่าวว่าวิธีการของ บจธ. และ ส.ป.ก. บางเรื่องมีความคล้ายกัน ดังนั้นขอให้หัวหน้าส่วนราชการทำความเข้าใจให้ดีก่อนไปอธิบายชี้แจงกับประชาชน เพื่อจะได้ไม่เกิดความสับสน และให้ประสานข้อมูลกับ บจธ. เพิ่มเติมด้วย

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ให้ความสำคัญจังหวัดในเต EEC โดยเฉพาะ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ที่มี่อุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก แต่พื้นที่ในอดีตส่วนใหญ่มีการทำเกษตรกรรมเป็นหลัก จึงกำชับให้ บจธ และหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้ง 3จังหวัด ประสานการทำงานช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนที่ดินทำกินและได้รับผลกระทบจากโควิด 19 อย่างเร่งด่วน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน