หากจะกล่าวถึงการตลาดเชิงดิจิทัลแล้วละก็ ตัวแปรสำคัญที่เรียกได้ว่าเป็น Tools ทางการตลาดที่เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีคงหนีไม่พ้นการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization ทั้งนี้สำหรับมือใหม่หรือเจ้าของธุรกิจเกิดใหม่ (Startup) ที่อาจจะยังไม่ทราบหรือทราบเพียงคร่าวๆ ถึงคุณสมบัติและข้อดีของการเลือกทำ SEO ว่ามีอะไรบ้าง บทความนี้มีข้อมูลดีๆ มาแชร์เพิ่มเติมให้แก่ผู้ที่สนใจได้ศึกษาเพิ่มเติมกัน
จัดโครงสร้างหน้าเว็บไซต์ให้เป็นระเบียบ
ข้อดีอันดับแรกของการเลือกใช้ Tools ทางการตลาดผ่านการทำ SEO เพื่อโปรโมทธุรกิจคุณก็คือการโปรโมทผ่านหน้าเว็บไซต์เป็นหลักโดยใช้คำสำคัญหรือ Keyword เป็นเข็มทิศในการนำทางพากลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าที่สนใจ ค้นหาด้วย Keyword ผ่านหน้า Search Engine แล้วพุ่งตรงมายังหน้าเว็บไซต์ของเรา จินตนาการง่ายๆ ว่าหน้าเว็บไซต์ของเราเปรียบเสมือนบ้าน จึงเป็นเรื่องธรรมดาเวลาที่จะมีแขกมาเยี่ยมบ้านแล้วเราในฐานะเจ้าบ้านจะต้องรู้จักเตรียมความพร้อม จัดบ้าน หรือหน้าเว็บไซต์ให้เป็นระเบียบ แบ่งหมวดหมู่ชัดเจน เพื่อที่เวลาแขกต้องการหยิบจับหรือค้นหาสิ่งใดก็สามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาในการหาของเพียงเพราะบ้านไม่เป็นระเบียบ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วจึงถือได้ว่าการเลือกทำ SEO นั้นคือ Tools ทางการตลาดที่จะเข้ามาจัดโครงสร้างหน้าเว็บไซต์ให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
Tools ทางการตลาดที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา
ขึ้นชื่อว่าเป็นการเลือกโปรโมทแบรนด์หรือธุรกิจผ่านการทำ SEO แล้วนั้น หากคุณคือนักการตลาดที่เรียนรู้เทคนิคจนสามารถพัฒนาอันดับหน้าเว็บไซต์ของแบรนด์คุณให้ติดอันดับการค้นหาบนหน้า Search Engine ครั้งหนึ่งเมื่อหน้าเว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาแล้วก็จะใช้เวลาอยู่บนอันดับนั้นๆ อยู่สักพักใหญ่เลยทีเดียว เมื่อกลไกการทำงานเป็นเช่นนั้นแล้ว จึงเรียกได้ว่าการทำ SEO คือ Tools ทางการตลาดที่ทำงานหนักเพื่อโปรโมทแบรนด์ให้คุณอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่ากลุ่มเป้าหมายจะค้นหาบนหน้า Google อีกสักกี่ครั้งก็ตามแต่ อันดับจะยังคงอยู่เช่นนั้น ถือเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้หลายๆ แบรนด์หรือหลายๆ ธุรกิจเลือกที่จะขยายฐานกลุ่มเป้าหมายผ่านการโปรโมทด้วยวิธี SEO นั่นเอง
ฟังดูเหมือนว่า Tools ทางการตลาดผ่านการทำ SEO นั้นจะมีข้อดีที่เอื้อประโยชน์และสร้างข้อได้เปรียบหลายสิ่งให้กับแบรนด์และธุรกิจอยู่มากมาย อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ SEO เพื่อโปรโมทธุรกิจก็ย่อมมีข้อเสียอยู่บ้างตรงที่นักการตลาดต้องหมั่นอัปเดตอัลกอริทึม (Algorithm) ให้แก่หน้าเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วก็อาจจะส่งผลให้การตั้งค่า SEO เดิมที่ทำเอาไว้เพื่อใช้ในการพัฒนาอันดับบนหน้าเว็บไซต์เกิดความไม่แน่นอน มีขึ้นมีลงบ้างอย่างน้อยประมาณปีละ 1-2 ครั้ง ดังนั้นจึงแนะนำให้นักการตลาดหมั่นอัปเดตข้อมูลข่าวสารและตรวจสอบผลการทำ SEO ของธุรกิจตนเองอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเกิดเหตุด่วนอะไรจะได้แก้ไขได้ทันเวลา