“ใครที่มีความทุกข์ร้อน ไม่มีที่ดินทำกิน กระทรวงมหาดไทยเราก็พร้อมเข้าไปช่วยเหลือดูแลอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชน ได้เรียนรู้ มีกิน ตั้งตัวได้ และสามารถประกอบอาชีพได้ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา ในสิ่งนี้เราดำเนินการเต็มที่อยู่แล้ว” นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผย หัวใจสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนทุกมิติ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

นายสุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า หลังจากเราทำสำรวจความเดือดร้อนของประชาชน ในทุกมิติ อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่เรานำมาขับเคลื่อนคือการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา เราก็ยังดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองการแก้ไขปัญหาในเรื่องคุณภาพชีวิต รวมถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมามีความคืบหน้าไปค่อนข้างมาก หลังจากที่ประชุมศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคน ทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ได้อนุมัติหลักการที่จะให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการในเรื่องของเขตเศรษฐกิจพอเพียง โดยที่เรากำลังจะหาพื้นที่แปลงใหญ่สักแปลงหนึ่ง ในการรองรับผู้คนที่ยากจน ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกิน ให้พวกเขามีที่ทำมาหากิน โดยน้อมนำในเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา

ตอนนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ ได้ร่วมกันสำรวจตรวจสอบแปลงที่ดินมาหลายพื้นที่ ขณะนี้มีอยู่หลายหมื่นไร่ โดยจะใช้พื้นที่ เช่น ของวัด พื้นที่ของหลวง ที่ของเอกชน โดยหลักการสำหรับใครที่ไม่มีที่ทำกินเราก็จะเปิดรับสมัครให้ประชาชนเข้ามา เราก็จะหาที่ทำกินให้ และจะมีงบประมาณที่รัฐบาลพิจารณาให้ในการฝึกอบรม และปรับปรุงพื้นที่เพื่อให้เป็นไปตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นาเราก็ดำเนินการอยู่ มีความคืบหน้ามากอีกหนึ่งกลุ่มคนเป้าหมายคือ ผู้ที่ผ่านโครงการฝึกอบรมโคก หนอง นาแห่งน้ำใจและความหวังของกรมราชทัณฑ์ ที่เขาไม่มีที่ทำกินและอยากจะใช้ชีวิตอย่างพอเพียง สามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้ เราก็มีการจัดเตรียมไว้ให้ผู้ที่ประสงค์เข้าโครงการด้วย

สำหรับที่ดินตามเป้าหมายของโครงการที่จัดเตรียมไว้ให้แต่ละครัวเรือนอาจจะได้ไม่มากนัก อาจจะได้ 1 – 3 ไร่ต่อครอบครัว ในเบื้องต้นห้วงระยะเวลาคาดการณ์ว่าประมาณ 5 ปี ที่คาดว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะทำมาหากิน และตั้งตัวได้ หลังจากนั้นก็จะเปิดโอกาส ให้คนที่ไม่มีที่ทำกินรายอื่นๆ เข้ามาสมัครและได้เรียนรู้ รวมถึงพัฒนาตนเองได้ เพื่อให้เป็นผู้ที่สามารถประกอบอาชีพตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา

 

ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ท่านก็เห็นชอบในหลักการ และให้กระทรวงมหาดไทยไปคุยกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและสำนักงบประมาณ ว่าจะทำกรอบของบประมาณ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องคนไทยได้อย่างไร และโครงการนี้จะเป็นต้นแบบที่สำคัญ ให้ผู้ที่มีพื้นที่ทำมาหากินอยู่แล้ว ได้เห็นเป็นต้นแบบอย่างเป็นรูปธรรมในการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่

ภาพเขตเศรษฐกิจพอเพียงที่ทางกระทรวงมหาดไทยวาดหวังไว้ อยากให้ลองเทียบเคียงกับเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ว่าพอเราได้พื้นที่มาดำเนินการปรับปรุงพื้นที่เมื่อรวมกันทั้งหมดจะกลายเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ ในการทำโคก หนอง นา ซึ่งจะทำให้โครงการนี้เห็นผลและมีผลกระทบไปทั่วประเทศ หรือมี Impact ถึงขนาดที่ว่า จะเป็นเศรษฐกิจพอเพียงขั้นก้าวหน้าได้เลย ตอนนี้เราดำเนินการอยู่ ใช้ชื่อว่า “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง Sufficiency Economy Development Zones for Sustainable Development Goals (SEDZ for SDGs)”

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมด้วยว่า จากจุดเริ่มต้นที่ทางกระทรวงมหาดไทยตั้งใจจะแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย เราก็อยากให้โอกาสภาคแรงงานที่มีทักษะและศักยภาพที่ประสบปัญหาว่างงานในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และกลับไปยังพื้นที่บ้านเกิด และร่วมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาพื้นที่เป้าหมาย เพื่อขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยที่ภาครัฐสนับสนุนการจ้างงาน โครงสร้างพื้นฐาน วัสดุอุปกรณ์พื้นฐาน และการอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ ด้วยพร้อมกับดึงภาควิชาการมาร่วมพัฒนาและยกระดับศักยภาพตัวบุคคล วางแผน พัฒนา และต่อยอดผลผลิตต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากความสมบูรณ์ของการพัฒนาพื้นที่

โครงการนี้จะดำเนินการกิจกรรมต่าง ๆ ทั้ง กำหนดพื้นที่เป้าหมาย พัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ , บ่มเพาะพัฒนาบุคลากร เร่งสร้างผู้ประกอบการใหม่ เพื่อนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้แก่ชุมชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้เชิงประจักษ์ผ่านการฝึกปฏิบัติร่วมในรูปแบบจิตอาสาพัฒนาและจิตอาสาภัยพิบัติ มีการต่อยอดผลผลิตเพื่อพัฒนาธุรกิจร่วมกับภาคเอกชน ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ทั้งนี้จะมีการใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โดยจัดทำแพลตฟอร์มขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ และ สร้างนวัตกรรมจากฐานการวิจัยเพื่อพัฒนาตลาดและธุรกิจในพื้นที่ จากนั้นจึงสร้างการรับรู้และจดจำ และการสื่อสารสังคมเชิงรุก

 

ก่อนหน้านี้ ผมได้ขอให้รองศาสตราจารย์วรวรรณ โรจนไพบูลย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเชฐ โสวิทยสกุล ในฐานะที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อติดตามและเยี่ยมชมความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” รวมถึงแนวทางการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ สำหรับพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีนี้ถือเป็นแห่งแรกในประเทศไทย และมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการมากที่สุดในประเทศไทย มากกว่า 4 พันแปลง จึงต้องประสานความร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อนำไปสู่การขยายผลของโครงการฯ นอกจากนี้ ยังเป็นการสืบสานพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริต่าง ๆ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน