IRPC เผยผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2564 พบผลประกอบการเป็นบวกต่อเนื่อง วางแผนทุ่มงบกว่า 4 หมื่นล้านบาท เดินหน้าธุรกิจใหม่ เสริมฐานความแข็งแกร่งธุรกิจเดิม ดันเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันดิบในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC มีผลการดำเนินงานในปี 2564 เป็นบวกมากขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2563

นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC กล่าวว่า การเติบโตของ IRPC ในไตรมาสที่ 4 ปี 2564 นั้นเติบโตเป็นอย่างดี ผลการดำเนินงานเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง จากการปรับตัวของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ซึ่ง IRPC มีรายได้จากการขายสุทธิถึง 67,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยโรงกลั่นน้ำมันมีอัตราการกลั่นอยู่ที่ 198,000 บาร์เรลต่อวัน ทำให้ภาพรวม IRPC มีรายได้จากการขายสุทธิจำนวน 235,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 54 เมื่อเทียบกับปีก่อน

ผลประกอบการที่เพิ่มขึ้น ทำให้ IRPC พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไกลกว่าเดิม พร้อมยึดหลักธุรกิจควบคู่การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน

วางแผนการลงทุน ต่อยอดธุรกิจใหม่

เพื่อให้สอดรับกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน IRPC ได้ทุ่มงบกว่า 40,000 ล้านบาท วางแผนการลงทุนธุรกิจ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2565-2569 วางกลยุทธ์ทางธุรกิจต่อยอดการเติบโตจากธุรกิจปัจจุบัน ด้วยการลงทุนในกลุ่มธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ ขยับขยายรากฐาน และเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจปัจจุบัน โดยตั้งเป้าหมายมีกำไร ก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 25,000 ล้านบาทในปี 2568 และ 35,000 ล้านบาทในปี 2573 ด้วยการลงทุนในโครงการสำคัญมากมาย

ยกตัวอย่างเช่น โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่น และปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซลตามมาตรฐานยูโร 5 (Ultra Clean Fuel Project: UCF) โดยทุ่มเงินลงทุนมูลค่า 13,300 ล้านบาท ในการดำเนินการโครงการนี้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างโรงงาน คาดว่าสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 1 ปี 2567

โครงการ Strengthen IRPC ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างความแข็งแกร่งให้องค์กร และโครงการลงทุนทั่วไปอีกมากมาย

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาและเพิ่มสัดส่วนการขายเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษจาก 23% ในปี 2565 เป็น 55% ภายในปี 2573 โดยมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และแสวงหาตลาดใหม่ อาทิ การเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมพลาสติกด้วยวัสดุขั้นสูง สำหรับวัสดุด้านสุขภาพ การแพทย์ และอื่นๆ การดำเนินการด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน การวิจัยและพัฒนาด้านโซลูชันพลังงาน ให้ตอบรับกับพลังงานในอนาคต และระบบการกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์โลกที่หันมาให้ความสําคัญเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน มุ่งหน้าสู่การเป็นโรงงานสีเขียว (Eco Factory) ที่ทันสมัย

มุ่งหน้าสู่ Net Zero Emission

ไม่เพียงลงทุนปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน แต่ IRPC ยังมีเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย โดยตั้งเป้าลดการปล่อยลง 20% ภายในปี 2573 มุ่นมั่นสู่องค์กรที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพจากการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น เช่น การขยายโครงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนพื้นดิน และบนผืนน้ำ ในเขตประกอบการอุตสาหกรรม IRPC จังหวัดระยอง

อีกทั้ง ยังจัดการวิจัยและพัฒนาวัสดุเคลือบแผงโซลาร์เซลล์ และส่วนประกอบอุปกรณ์เก็บพลังงานสำรองให้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้น

จากการเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้วยนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี มีธรรมาภิบาล รวมถึงการคำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ทำให้ IRPC ได้รับรางวัล S&P Global Sustainability Award 2022 ในระดับ Bronze Class ในกลุ่มอุตสาหกรรมการกลั่นและค้าน้ำมันและก๊าซ และยังได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

ทั้งนี้ IRPC ยังมียุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านใหม่ๆ และมีพาร์ทเนอร์ที่มีความมั่นคงอยู่ จึงมีแผนรองรับให้สามารถผ่านสถานการณ์ความตึงเครียดครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน